คำสอนของพ่อ….แด่ลูกอันเป็นที่รักของพ่อ part 2

คำสอนของพ่อ ข้อที่๔ # คุณธรรมของคน ในหลวงทรงตรัสว่า

“คุณธรรมของคน ประการแรก คือ การรักษาความสัตย์

ประการที่สอง คือ การรู้จักข่มใจฝึกใจตนเอง

ประการที่สาม คือ การอดทน อดกลั้น และอดออมที่จะไม่ประพฤติล่วงความสัตย์สุจริต

ประการที่สี่ คือ การรู้จักละวางความชั่ว ความทุจริต และรู้จักสละประโยชน์ส่วนน้อยของตนเพื่อประโยชน์ส่วนรวม

คุณธรรมสี่ประการนี้ ถ้าแต่ละคนพยายามปลูกฝังและบำรุงให้เจริญงอกงาม จะช่วยให้ประเทศชาติบังเกิดความสุข ความร่มเย็น และมีโอกาสที่จะปรับปรุงพัฒนาให้มั่นคงก้าวหน้าต่อไป”

“พ่อขอบอกแก่ลูกว่า….ความโลภแก้ปัญหาไม่ได้ ความโกรธแก้ปัญหาไม่ได้ ความหลงแก้ปัญหาไม่ได้

ความพอแก้ปัญหาได้ ในความโลภ

ความเมตตาแก้ปัญหาได้ในความโกรธ

ความมีสติแก้ปัญหาในความหลงได้ มีธรรมะแก้ปัญหาได้ทุกอย่าง ลูกจงวางใจ”

“ลูกรัก….ถ้าลูกกลัวตายต้องกลัวอย่างฉลาด คือ ลูกต้องพิจารณามรณานุสติ ทำความเข้าใจเรื่องความตายให้รู้ว่า….ความตายเป็นสิ่งที่แน่นอน ความตายจะมาเมื่อไหร่นั้นไม่แน่นอน ความตายไม่เคยส่งสัญญาณบอกเรา ที่จริงแล้วทุกวันเวลา เราตายอยู่ทุกวันอยู่แล้ว ท้ายที่สุดมีเพียงกุศลกรรมและอกุศลกรรมเท่านั้น ที่จักติดตามเราไป…..”

” ลูกจงอย่ากลัวความทุกข์ จงยอมรับทุกข์และพิจารณามันอย่างเนืองๆ”

“ลูกรัก……ศิลปะแห่งการดำเนินชีวิต คือ เราต้องไม่ผูกติดความสุข ในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่งโดยเฉพาะ แต่อยู่ที่การยินยอมให้ความสุขเปลี่ยนแปลงรูปแบบ โดยที่เราไม่รู้สึกผิดหวังกับการเปลี่ยนแปลงนั้น สรุปก็คือ เราจักมีความสขได้ก็ต่อเมื่อ เรารักตนเอง โดยไม่หลงตนเอง เรารักผู้อื่น โดยไม่ครอบงำเขา

“ลูกรัก…..อุปสรรคอันใหญ่หลวงของความสุข คือ ความคาดหวังที่จักมีความสุขมากเกินไป”

คำสอนของพ่อ ข้อที่ ๕ # การทำงาน ในหลวงทรงตรัสว่า

“เมื่อมีโอกาส และมีงานทำ ควรเต็มใจทำโดยไม่จำเป็นต้องตั้งข้อแม้

หรือเงื่อนไขอันใดให้เป็นเครื่องกีดขวาง

คนที่ทำงานได้จริงๆนั้น ไม่ว่าจะจับงานสิ่งใด ย่อมทำได้เสมอ

ถ้ายิ่งมีความเอาใจใส่ มีความขยัน และซื่อสัตย์สุจริต

ก็ยิ่งจะช่วยให้ประสบผลสำเร็จในงานที่ทำสูงขึ้น”

“ในชีวิตของคนเรามีสุขทุกข์อยู่ด้วยกัน

อยู่ใกล้คนที่มีความสุข แก้ความเครียดได้

อยู่ใกล้คนมองโลกในแง่ดี แก้ความทุกข์ได้

อยู่ใกล้คนที่รักผู้อื่น แก้ความเหงาได้

อยู่ใกล้คนมีธรรมะ ลูกจักมีแต่ความสุข”

” เมื่อลูกมีมากแล้วไม่รู้จกพอ ถือว่าเป็นคนยากจนตลอดกาล”

คำสอนของพ่อ ข้อที่ ๖ # ความพอเพียง ในหลวงทรงตรัสว่า

“คำว่า พอเพียง มีความหมายว่า พอมีกิน

เศรษฐกิจแบบเพียง หมายความว่า ผลิตอะไรมีพอที่จะใช้ ไม่ต้องขอยืมคนอื่นอยู่ได้ด้วยตนเอง

แปลจากภาษาฝรั่งได้ว่า ให้ยืนบนขาตัวเอง

หมายความว่า สองขาของเรายืนบนพื้นให้อยู่ได้ ไม่หกล้ม ไม่ต้องไปขอยืมของคนอื่นเพื่อที่จะยืนอยู่

คำว่า พอ คนเราถ้าพอในความต้องการมันก็มีความโลภน้อย เมื่อมีความโลภน้อยก็เบียดเบียนคนอื่นน้อย

พอเพียง อาจมีมาก อาจมีหรูหราก็ได้ แต่ว่าต้องไม่ไปเบียดเบียนผู้อื่น”

“ลูกรัก….จงมองโลกให้สดใส จงมองโลกให้กว้างไกล

จงมองโลกด้วยดวงใจ และจงมองโลกว่า”ไม่เป็นไร””

“ลูกรัก….ลูกจะคิดอะไรก็ได้ แต่ให้คิดด้วยความรัก

ลูกจะพูดอะไรก็ได้ แต่ให้พูดด้วยความรัก

ลูกจะทำอะไรก็ได้ แต่ให้ทำด้วยความรัก

ลูกจะรักอะไรก็ได้ แต่ขอให้รักด้วยความบริสุทธิ์ใจ”

“ลูกรัก….ความสุขที่แท้จริงมิได้มาจากภายนอก แท้จริงแล้ว ความสุขล้วนมาจากภายใน คือ จิตใจของเรานั่นเอง”

คำสอนของพ่อ ข้อที่ ๗ # คุณธรรมผูกจิตใจ ในหลวงทรงตรัสว่า

“คุณธรรมเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจนั้นประการหนึ่ง ได้แก่ การให้สงเคราะห์ช่วยเหลือกัน ให้อภัยกัน ไม่ถือโทษกัน ให้คำตักเตือนที่ดีต่อกัน

ประการที่สอง ได้แก่ การมีวาจาดี คือ พูดแต่คำสัตย์ คำจริงต่อกัน พูดให้กำลังใจกัน พูดแนะนำให้ประโยชน์แก่กัน และพูดให้รักใคร่ปรองดองกัน

ประการที่สาม ได้แก่ การทำประโยช์แก่กัน คือ ประพฤติปฏิบัติตนให้เกิดประโยชน์เกื้อกูลทั้งแก่กันและกัน และแก่หมู่คณะโดยส่วนรวม

ประการที่สี่ ได้แก การวางตนให้สมำเสมอ อย่างเหมาะสม คือ ไม่ทำให้ดีเด่นเกินกว่าผู้อื่น และไม่ด้อยต่ำทรามไปจากหมู่คณะ

หมู่คณะใดมีคุณธรรมเครื่องยึดเหนี่ยวกันไว้ดังกล่าว หมู่คณะนั้นย่อมจะมีความเจริญมั่นคง”

“ลูกรัก…..ทุกคนเกิดมาอยากให้ผู้อื่นทำดีกับตน เขาตั้งเงื่อนไขให้ผู้อื่นยอมรับเขา แต่ไม่ตั้งเงื่อนไขให้ตนทำกับผู้อื่น

พ่อขอให้ลูกจงสร้างเงื่อนไขแห่งการกระทำความดี และเมื่อสร้างเงื่อนไขดีแล้ว ถูกแล้ว พอแล้ว ลูกจักได้รับผลของกรรมดีเอง”

” ลูกรัก….คนฉลาดนั้น เขาย่อมไม่เสียใจต่อสิ่งที่เขาไม่มี แต่คนฉลาดที่แท้จริงนั้น เขาจะยินดีกับสิ่งที่มีอยู่แล้ว ลูกจงเป็นคนฉลาดที่แท้จริงจึงจะดีที่สุด”

” ลูกรัก….ถึงลูกจะรอบรู้พันเรื่อง ก็ไม่สู้รู้เรื่องดับทุกข์เพียงเรื่องเดียว

ถึงลูกจะทำได้ร้อยอย่างพันอย่าง ก็ไม่สู้ทำใจได้เพียงอย่างเดียว”

“ลูกรัก…..เมื่อลูกมีมารยาท ย่อมไม่ถูกข่มเหง

เมื่อลูกใจกว้าง ย่อมได้มวลชน

เมื่อลูกมีวาจาสัจ ย่อมมีคนให้ความเชื่อถือ

เมื่อลูกฉลาดและมีปัญญา ย่อมสร้างความดีได้

เมื่อลูกมีใจโอบอ้อมอารี ย่อมไหว้วานใช้คนได้

และเมื่อลูกเป้นเจ้านายมีความเที่ยงธรรม ไม่ต้องสั่ง ลูกน้องก็ให้ความเคารพเชื่อฟัง แต่ถ้าเจ้านายไร้ซึ่งความเที่ยงธรรม แม้จะสั่งเท่าไหร่ลูกน้องก็ไม่ไม่เชื่อฟัง”

ติดตามอ่านคำสอนข้อที่เหลือของพ่อได้ใน part 3 นะคะ^^

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s