Wing Commander Nicole Malachowski

“You see things;
and you say,
‘Why?’
But I dream things
that never were;
and I say,
“Why not?”
-George Bernard Shaw (1856 – 1950), “Back to Methuselah” (1921)

คืนที่ผ่านมาฝนหยิบนิตยสาร Secret ลงมาจากชั้นวาง

ตั้งใจว่าจะเอามันไปให้พี่ที่ห้องแล็บที่คณะ

นิตยสาร Secretเป็นนิตยสารเกี่ยวกับธรรมะและการใช้ชีวิต

ฝนเพิ่งเริ่มอ่านเมื่อปีก่อน

ถือว่าเป็นนิตยสารที่ดีทีเดียว เช้านี้ฝนตื่นขึ้นมาจึงลองเปิดผ่านๆดู

ว่ามีคอลัมน์ไหนที่น่าจะอ่านอีกรอบ ก่อนนำมันไปให้พี่เขา

เปิดไปเจอคอลัมน์ที่เขียนเกี่ยวกับบุคคลที่เขาใช้ชีวิตได้อย่างที่ว่า คุ้มแล้วที่เกิดมา

ฝนอยากจะเก็บเรื่องราวของบุคคลเหล่านี้ไว้อ่าน จึงตั้งใจว่าจะพิมพ์

และมาโพสท์เก็บไว้ในบล็อกนี้ เพื่อที่คนอื่นๆจะได้อ่านด้วย

นิตยสารที่ฝนจะนำไปให้พี่เขาวันนี้มีอยู่ 5 เล่ม ดังนั้นก็จะมีเรื่องราวของ

บุคคลที่น่าสนใจอยู่ 5 ท่านด้วยกัน ฝนจะโพสท์วันละท่านล่ะกันนะคะ

5 ท่านที่ว่านั้นก็คือ

1.Wing Commander Nicole Malachowski

2.Dr.Ezzeldeen Abu al-Aish

3.Randy Pausch

4.Sir Oaul Smith

5.Stevie Wonder

Wing Commander Nicole Malachowski

หากเอ่ยถึงนักบินผาดแผลงที่มีชื่อของโลก คงต้องมีชื่อ

Wing Commander Nicole Malachowski

แห่งกองทัพอากาศสหรัฐอเมริการวมอยู่ด้วยเป็นแน่

เพราะนิโคลคือนักบินหญิงคนแรกที่ได้รับเลือกให้เข้าร่วม

หมู่บินผาดแผลง Thunderbirds หรือ วิหคสานฟ้า

ฝูงบินสาธิตอันเลื่องชื่อของกองทัพอากาศสหรัฐฯที่ก่อตั้งมายาวนานกว่าครึ่งศตวรรษ

ย้อนหลังกลับไปเมื่อสามสิบปีก่อน (1979)เมื่อครั้งครอบครัวของนิโคล

ไปชมการแสดงบินที่แคลิฟอร์เนีย การแสดงทุกชุดในวันนั้นส่งสัญญาณ

ยิงตรงเข้าไปกระทบหัวใจดวงน้อยๆของนิโคลทันที ไม่ใช่แค่ตื่นเต้นหรือประทับใจ

แต่มันคือแรงบันดาลใจให้เด็กหญิงตัวน้อยวัยห้าขวบก่อร่างสร้างฝัน

ฝันที่จะก้าวขึ้นเป็น”นักบินรบ”ให้ได้

เมื่อรู้ถึงความฝันของลูก หัวอกของพ่อแม่ก็อดทึ่งระคนเป็นห่วงลูกสาวคนนี้

ขึ้นมาไม่ได้ เพราะเส้นทางนี้ไม่ใช่ว่าจะก้าวผ่านกันไปได้ง่ายๆถ้าไม่มีความตั้งใจ

อย่างแท้จริง ในช่วงเวลาแห่งการเริ่มต้นนี้จึงไม่มีอะไรดีไปกว่า

“การทดสอบจิตใจและความแน่าวแน่”ของลูกสาวตัวน้อย

ด้วยคำถามพื้นๆชนิดไม่มีตัวช่วยเช่นว่า

“ไหนลองบอกพ่อกับแม่หน่อยสิว่า ถ้าลูกเป็นนักบินรบลูกต้องเริ่มจากอะไรก่อน”

ถึงจะมืดแปดด้านกับการหาคำตอบ แต่นิโคลกลับไม่เคยท้อ

หรือคิดจะล้มเลิกความคิดเลยแม้แต่ครั้งเดียว ตรงกันข้ามเธอกลับยิ่งมุ่งมั่นมากยิ่งขึ้น

จนในที่สุดเธอก็ค้นพบคำตอบ

นิโคลเริ่มเรียนการบินทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติที่ โรงเรียนการบินพลเรือน

ขณะที่เธอมีอายุเพียง 12 ปี และสามารถบินเดี่ยวได้ตั้งแต่อยู่ชั้นไฮสกูล

ทว่าเส้นทางนี้ยังอีกยาวไกล เพราะใช่ว่านักบินทุกคนจะสามารถ

ขับเครื่องบินรบได้ทั้งหมด นิโคลยังต้องฝ่าแบบทดสอบสุดหินอีกมากมาย

ที่รอคอยอยู่ข้างหน้า

หลังจบชั้นไฮสกูล นิโคลเดินทางไปศึกษาต่อยัง

United States Air Force Academy

ที่โรงเรียนแห่งนี้แม้ว่าเธอจะต้องเข้ารับการฝึกอย่างหนักทั้งเรื่องระเบียบวินัย

ความแข็งแรงของร่างกายและจิตใจ การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ฯลฯ

แต่นิโคลก็สวมหัวใจนักสู้ สู้อย่างเต็มที่เพื่อความฝันที่ใกล้จะเป็นจริงเข้ามาทุกขณะ

นิโคลสำเร็จการศึกษาในปี 1996 ด้วยผลการซึกษาเป็นลำดับที่ 124 จากจำนวนนัก

ศึกษา 922 คน เปิดฉากการสวมเครื่องแบบนายทหารกองทัพสหรัฐอเมริกา

อย่างเต็มภาคภูมิ ตามติดด้วยการทำหน้าที่นักบินรบประจำหมู่บินขับไล่ F-15 E

และรับหน้าที่เป็นอาจารย์ผู้สอนนักเรียนการบินอีกถึง 3 ปีเต็ม

ความสำเร็จในช่วงเวลานั้น นิโคลเปิดใจภายหลังว่า

“ฉันคิดเสมอมาว่า ถึงฉันจะเป็นผู้หญิง แต่ฉันจะพิสูจน์ให้ทุกคนเห็นว่า

ฉันจะไม่เป็นแค่เพียงนักบินเท่านั้น แต่ฉันยังจะเป็นนักบินรบให้ได้ด้วย”

เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว เพราะเพียงแค่ 9 ปี นิโคลก็ผ่านการรับใช้ชาติมาถึงกว่า

2100 ชั่วโมงบิน ซึ่งกว่า 200ชั่วโมงบินคือ การออกปฏิบัติการพิเศษทางยุทธวิถี

เช่น การรักษษสันติภาพในอีรัก โคโซโว และเกาหลีใต้

ด้วยความสามารถชนิดหาตัวจับได้ยากนี่เอง หมู่บินผสดแผลง

จึงคัดเลือกเรืออากาศเอกหญิงนิโคล มาลาโควสกี้ (ยศในขณะนั้น) ให้เข้าร่วมในฐานะ

นักบินหมายเลข 3 เมื่อเดือนพฤศจิกายน ค.ศ. 2007 ซึ่งเธอก็สามารถปฏิบัติหน้าที่

ได้อย่างดีเยี่ยม ไม่เพียงเท่านั้น ชื่อของเธอยังถูกจารึกไว้ในทำเนียบ

นักบินหญิงผู้ยิ่งใหญ่ ผู้สร้างแรงบันดาลใจให้ผู้หญิงอีกนับล้านคน

พร้อมกับได้รับรางวัลอันทรงเกียรติ Woman in Aviation International

เมื่อปี ค.ศ.2008

แม้ปัจจุบัน จะไม่ได้ประจำการในตำแหน่งนักบินรบ แต่เส้นทางฝันติดไอพ่นของเธอ

ก็จะยังเป็นที่กล่าวขานกันต่อไปตราบนานเท่านาน

ในฐานะผู้หญิงยอดนักสู้ ผู้เป็นตำนานแห่งวิหคสายฟ้า……..

“If you lose hope, somehow you lose the vitality that keeps life moving, you lose that courage to be, that quality that helps you go on in spite of it all. And so today I still have a dream.”

– Martin Luther King, Jr.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s