Dr.Randy Pausch

All our dreams

can come true,

if we have the courage to pursue them.
-Walt Disney

“The Last Lecture” ฝนมีโอกาสได้อ่านหนังสือเล่มนี้เมื่อสองปีก่อน

อ่านไปก็แอบมีน้ำตาไหลออกมาเบาๆ ถือเป็นหนังสือที่ดีมากเล่มนึง แนะนำๆค่ะ

และพอฝนตั้งใจจะเขียนบทความเกี่ยวกับแรนดี้ เมื่อวานฝนจึงได้ไปโหลด

การบรรยายครั้งสุดท้ายของเขามาดู ก็ยิ่งทำให้รู้สึกชอบเขามากยิ่งขึ้น

ถ้าคุณกำลังหาบุคคลตัวอย่างของการเป็น “คนมองโลกในแง่ดี “

ฝนคิดว่าแรนดี้น่าจะเป็นบุคคลคนนั้นมากที่สุดเลยอ่ะค่ะ

เขายังมีอารมณ์ขัน หน้าตาแจ่มใส ดูไม่เหมือนคนที่ป่วยหนักที่กำลังจะจากโลกนี้ไป

ทำให้ฝนรู้สึกว่า แล้วทำไมเราที่มีโอกาสมีชีวิตอยู่ มีสุขภาพที่ดี

ถึงไม่ใช้โอกาสในการใช้ชีวิตให้คุ้ม ทำความฝันของตัวเองให้เป็นจริง

และช่วยผู้อื่นทำความฝันของเขาให้เป็นจริงด้วยเช่นกัน

(แรนดี้บอกว่าสิ่งหลังนี้สนุกกว่า!)

ฝนว่าการบรรยายครั้งนี้เป็นการบรรยายที่ควรค่าแก่การฟังมากค่ะ

เป็นการสรุปสิ่งที่คนๆนึงเรียนรู้มาในหนึ่งชีวิตของเขา และเขาคิดว่ามันสำคัญมากพอ

ที่เขาควรจะส่งผ่านบทเรียนของเขาสู่บุคคลอื่นๆ

ดังนั้นถ้าคุณมีเวลาก็ลองดาวน์โหลดคลิปนี้มาดูนะคะ…..ฝนรับรองว่าไม่ผิดหวังค่ะ

http://www.youtube.com/watch?v=ji5_MqicxSo

นี่เป็นบทความที่เขียนถึงแรนดี้ ซึ่งตีพิมพ์ในนิตยสาร Secret ค่ะ

“เคยคิดเล่นๆไหมว่า ถ้าเหลือเวลาบนโลกเพียงไม่กี่เดือน คุณจะทำอะไร

Dr.Randy Pausch ไม่ได้แค่คิด เมื่อทราบจากคุณหมอว่าเขาจะมีชีวิตอยู่ได้แค่

2-3 เดือนเท่านั้น เนื่องจากมะเร็งตับอ่อนลุกลามไปทั่วร่างกายแล้ว

เพียงไม่กี่อาทิตย์ต่อมา คือในวันที่ 18 กันยายน 2007 แรนดี้ได้จัดการบรรยาย

ต่อหน้าผู้ฟังกว่า 400 คน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นนักศึกษาของมหาวิทยาลัย

คาร์เนกีเมลลอน และอดีตลูกศิษย์ที่เดินทางมาจากทั่วประเทศ

เพื่อมาฟังเลกเชอร์ครั้งสุดท้ายของครูที่พวกเขารัก

การบรรยายโดยคนที่รู้กำหนดเวลาตายของตัวเองอย่างแรนดี้ภายใต้หัวข้อ

“จงทำความฝันสมัยเด็กให้เป็นจริง” ไม่ใช่เรื่องความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี

คอมพิวเตอร์ที่เขามีส่วนสำคัญในการบุกเบิก แต่กลับเป็นเรื่องของชีวิตที่เรารู้กันอยู่

แล้ว เช่น คุณค่าของความฝัน การมองโลกในแง่ดี การฝ่าฟันอุปสรรค…..

“เราไม่สามารถเปลี่ยนไพ่ที่จั่วขึ้นมา แต่เราเปลี่ยนวิธีเล่นได้”

“ไม่มีใครที่เลวไปเสียทุกด้าน ทุกคนมีด้านดี

แค่เพียงต้องรอจนกว่าด้านที่ดีจะแสดงตัวออกมา”

“เมื่อไรก็ตามที่คุณทำสิ่งที่แย่ๆและคนรอบข้างไม่อยากตักเตือนคุณอีกต่อไป

นั่นแหละคือสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุด เพราะการที่มีคนคอยวิพากษ์วิจารณ์คุณ

แปลว่าเขายังรักและห่วงใยคุณอยู่”

บางครั้งแรนดี้เองถึงกลับปาดน้ำจาร่วมไปกับผู้ฟัง แต่เขาก็ยังยิ้มแย้ม

การบรรยายครั้งนั้นเผยแพร่ทั่วไปทางอินเตอร์เน็ตในรูปของวิดีโอที่ผู้คนหลายสิบล้าน

คนสามารถเข้าไปดาวน์โหลดมาดูได้ฟรีๆ และมีการเขียนเป็นหนังสือออกมาชื่อ

“The Last Lecture” ซึ่งขึ้นแท่นเป็นหนังสือขายดีอันดับหนึ่งของนิวยอร์กไทมส์

ทันที ขณะนี้สำนักพิมพ์ขขขายลิขสิทธิ์การแปลไปแล้วกว่า 30 ประเทศ

และสำนักข่าว  ABC ยกย่องให้เขาเป็นหนึ่งในสามบุคคลแห่งปี  2551

แรนดี้แลกเปลี่ยนความเห็นกับบุคคลทั่วโลกผ่านเว็บไซน์ออนไลน์

ออกรายการทอล์คโชว์ดังๆเพื่อปลุกใจผู้คนที่สิ้นหวัง เดินสายหาเงินช่วยเหลือ

การค้นคว้าโรคมะเร็งตับอ่อนอย่างองอาจ กล้าหาญ

เขาใช้ชีวิตที่เหลือเสมือนว่าเขามีเวลาอีกเนิ่นนานในการทำประโยชน์

เพื่อคนที่เขาไม่รู้จัก

แรนดี้บอกว่า การบรรยายครั้งสุดท้ายคือแผนที่ชีวิตที่เขาต้องการทิ้งไว้ให้ลูกสามคน

ที่ยังเล็กมากคือ ดีแลน 6 ขวบ โลแกน 3 ขวบ และโคลเอ้ 2 ขวบ

นอกจากเชิญชวนให้ผู้ฟังกว่า  400 คนกล่าวอวยพรวันเกิดให้ภรรยาของเขา

บนเวทีแล้ว แรนดี้ยังให้สัมภาษณ์ว่า เขาไม่ว่าอะไรหากภรรยาต้องการแต่งงานใหม่

เพราะสิ่งเดียวที่เขาต้องการจากเธอคือ ขอให้เธอมีความสุข

แรนดี้ขอให้ลูกศิษย์ของเขาทำสิ่งที่มีคุณค่าต่อไปแม้ว่าจะไม่มีเขาอยู่เคียงข้าง

บริเวณหน้ามหาวิทยาลัยคาร์เนกีเมลลอนในวันนี้มีรั้วสีแดงทีเริ่มรู้จักกันในชื่อ

“รั้วของแรนดี้” มีตัวหนังสือเอียงกระเท่เร่สีขาวเขียนทับไว้ว่า

“Thank you Randy Pausch.Your work is in our hearts.”

แรนดี้จากไปแล้วด้วยวัยเพียง  47 ปี เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2551

ท่ามกลางความอาลัยรักจากผู้คนทั้งหมดที่รู้จักชายผู้นี้”

If you take responsibility for yourself you will develop a hunger to accomplish your dreams.
-Les Brown

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s