Home in Heart.

Anthony Brandit  กล่าวไว้ว่า

“Other things may change us,

But we start and end with family.”

ถึงแม้ว่าฝนไม่ใช่คนที่ติดครอบครัวนัก แต่ฝนก็ค่อนข้างที่จะเห็นด้วยกับคำพูดของเขา

การดำเนินชีวิตในแต่ละวันนั้น ย่อมแน่นอนว่าเราไม่สามารถหลีกเลี่ยงเหตุการณ์ที่เราไม่อยากให้เกิดขึ้นกับเราบางเหตุการณ์ได้

ทำงานของตัวเองอยู่ดีๆ อาจจะโดนหัวหน้าเหวี่ยง โดนที่เราไม่รู้ว่าเราทำอะไรผิด

ทำงานบางอย่างที่เราคิดว่า ผลงานของเราก็โอเคแล้วนะ เราค่อนข้างภาคภูมิใจกับผลงานของเรา

แต่กลับกลายเป็นว่า คนอื่นๆมองว่ามันไม่โอเค ไม่เห็นจะได้เรื่องเลย

เรียนหนัก, งานเยอะ ไหนจะปัญหาเรื่องความสัมพันธ์กับคนรอบข้าง

Etc………

ดังนั้นถ้าเราปล่อยให้ความไม่สบายใจต่างๆสะสมไปเรื่อยๆทีละเล็กทีละน้อย

อย่างที่ไม่รู้ตัว มันเริ่มเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ

จนกระทั่งวันนึง เราจะรู้สึกว่า “ชีวิตช้านแม่งทำไมมันลำบากอย่างนี้ว่ะ!”

เริ่มรู้สึกว่าตัวเองไม่สบายใจ เริ่มเครียด อาจจะถึงขั้นที่ไม่รู้ด้วยซ้ำว่า

สาเหตุความไม่สบายใจของตัวเอง ณ ปัจจุบันขณะนั้นเกิดจากอะไรกันแน่

เนื่องจากเราปล่อยให้สิ่งไม่สบายใจต่างๆสะสมมานานจนเกินไป

คุณลองนึกสภาพกองฝุ่นหลังตู้เสื้อผ้าของคุณดู มันเริ่มมาจากละอองฝุ่นปริมาณน้อยๆ

แต่เมื่อคุณปล่อยให้มันมาเกาะเพิ่มเรื่อยๆ โดยไม่สนใจที่จะกวาดทำความสะอาดมัน

เมื่อคุณรู้ตัวอีกทีมันก็กลายเป็นกองฝุ่นขนาดใหญ่ เผลอๆอาจจะมีมดตัวเล็กๆมาทำรังอยู่ด้วยซ้ำไป

ทีนี้ลองนึกภาพเล่นๆดูว่า หัวใจของเราสีแดงสดใส เต้นตุ๊บๆ ตุ๊บๆ

จากนั้นก็เริ่มมีฝุ่นมาเกาะ เรามองไปที่หัวใจของเรา เห็นมีฝุ่นน้อยๆมาเกาะอยู่

ก็บอกตัวเองว่า “หัวใจมีฝุ่นมาเกาะบ้างเล็กๆน้อยๆไม่เป็นไรหรอก”

แล้วเราก็ใช้ชีวิตของเราต่อไป ปล่อยให้ฝุ่นเกาะหัวใจของตัวเองอยู่อย่างนั้น

เวลาผ่านไป เราเริ่มรู้สึกเหนื่อย หดหู่ ชีวิตช้านทำไมมันไม่สดใสเหมือนเมื่อก่อนว่ะ

เลยลองย้อนกลับมาดูหัวใจของตัวเอง

“คุณคิดว่า ณ จุดนี้คุณจะเห็นสภาพหัวใจของตัวเองอยู่ในสภาพไหน คะ?”

ดังนั้นอย่าปล่อยให้จนถึงเวลานั้น เวลาที่คุณมองกลับไปที่หัวใจของตัวเอง

แล้วต้องถามกับตัวเองว่า “นั่นมันหัวใจของช้านเหรอ เกิดอะไรขึ้นกับเธอ?”

ทางที่ดีที่สุด คือเราต้องดูแลหัวใจของเราอยู่เรื่อยๆ

ปัดฝุ่นละอองให้เธอสม่ำเสมอ

และนี่ก็คือวิธี ที่ฝนใช้ในการดูแลหัวใจของตัวเองค่ะ

“ฝนพาเธอกลับไปบำบัดที่บ้านค่ะ”

“บ้าน” ของฝนมีสองความหมายค่ะ

ความหมายแรก “บ้าน” คือ บ้านจริงๆของฝน บ้านที่มีคุณพ่อคุณแม่ พี่ชาย และญาติๆอยู่

ฝนจะรู้สึกเหมือนตัวเองได้เติมพลังทุกครั้งที่ได้กลับบ้าน

ได้กินอาหารฝีมือแม่ ฝีมือยาย เป็นความสุขที่เอาอะไรมาแลกก็ไม่ได้ค่ะ

แต่เนื่องจากฝนต้องมาเรียนไกลจากบ้านมาก

โอกาสที่จะได้กลับ “บ้าน” ที่เป็นบ้านจริงๆเลยมีน้อยค่ะ

ฝนจึงสร้าง “บ้าน” ของฝนเอง “บ้าน” ที่ฝนสามารถกลับมาพักผ่อนใจได้ทุกที่ทุกเวลา

และ”บ้าน” หลังนี้อยู่”ในใจ” ของฝนค่ะ

เวลาที่ฝนรู้สึกเหนื่อย ไม่สบายใจ ฝนก็แค่หาที่เงียบๆ หลับตาลง

และฝนก็ได้กลับมาอยู่ที่ “บ้าน” อีกครั้ง

บ้านหลังนี้ (บ้านในจินตนาการของฝน) ก็จะมีคุณพ่อ คุณแม่อยู่

เป็นบ้านบนภูเขา เป็นกระท่อมเล็ก มีน้ำตกไหลผ่านข้างบ้าน มีทะเลสาบอยู่หน้าบ้าน

มีสวนดอกไม้ ในตอนเช้าก็จะได้กลิ่นดอกไม้ป่า หอมจางๆอยู่ในอากาศรอบตัว

ในตอนกลางคืนก็มีดาวส่งแสงระยิบระยับ

เวลาที่ฝนเหนื่อยมากๆฝนก็หลับตาลง เห็นตัวเองเดินตรงไปที่บ้าน

มีคุณพ่อและคุณแม่ ยืนรอรับอยู่ที่หน้าบ้าน

ฝนก็เดินเข้าไปกอดพ่อและแม่ อ้อมกอดของพ่อกะแม่นี่อบอุ่นที่สุดในสามโลกเลยค่ะ

จากนั้นฝนก็จะเดินเข้าบ้าน ตรงไปที่เตียงนอน นุ่ม หอม ขาวสะอาด

ฝนก็จะนอนลง หลับตามีพ่อและแม่นั่งอยู่ข้างๆกาย

คุณพ่อกับคุณแม่ก็จะถามว่า “เป็นไง ลูกมีเรื่องไม่สบายใจอะไรเหรอ?”

หรือ “วันนี้ดูเหนื่อยเชียว ไปทำอะไรมาบ้างหล่ะ”

ฝนจะจะเล่าให้พวกท่านฟังว่า ฝนไม่สบายใจเรื่องอะไรอยู่ เหนื่อยเรื่องอะไร

คุณพ่อกะคุณแม่ก็มักจะบอกว่า

“เดี๋ยวทุกอย่างก็จะดีเอง สู้ๆนะ ลูกเก่งอยู่แล้ว พ่อกับแม่เชื่อว่าไม่ว่าลูกจะทำอะไรอยู่

หรือว่าต้องเจอกับอะไรที่ลำบาก ลูกจะสามารถผ่านมันไปได้ด้วยดีอยู่แล้ว”

ฝนก็จะยิ้มให้กับคำพูดของท่านเช่นเคย และก็นอนหลับตาอยู่ตรงนั้นซักพัก ให้ความเหนื่อยมันค่อยๆจางหายไป

เมื่อรู้สึกว่าตัวเอง รู้สึกดีขึ้นแล้วนะ มีพลังใจเพิ่มขึ้นแล้วนะ

ฝนก็จะลุกจากเตียง ลาคุณพ่อคุณแม่ และเดินออกจากบ้าน

มาพร้อมกับกำลังใจที่เพิ่มขึ้นกองโต พร้อมที่จะสู้กับอะไรๆลำบากๆได้อีกซักตั้ง………

ค่ะ นี่เป็นวิธีที่ฝนใช้ ความอบอุ่นจากครอบครัว เพื่อเติมแรงใจให้ตัวเองค่ะ

และฝนก็เชื่อว่า ไม่ว่าเราจะต้องอยู่ห่างไกลจากครอบครัวแค่ไหน

ยังไงเราก็จะยังสามารถรับรู้ความรู้สึกอบอุ่นที่ครอบครัวมีให้เราได้เสมอค่ะ

ดังนั้น ถ้าวันไหนที่คุณเหนื่อยมากๆ หรืออาจจะไม่สบายใจเรื่องอะไรก็ตาม

ลองพาตัวเองกลับ “บ้าน”ดูนะคะ

“ If you look deeply into the palm of your hand, you will see your pparents and all generations of your ancestors.All of them are alive in this moment.Each is present im your body.You are the continuation of each of these people.” –Thich Nhat Hanh

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s