สุภาษิตที่ข้าพเจ้าชอบ

หลายวันก่อน ซื้อหนังสือที่เขียนโดย พระพุทธทาสภิกขุ มาเล่มนึง อ่านแล้วก็รู้สึกดี

เลยคิดว่าน่าจะให้หัวหน้า(เจ้าของแล็บที่ฝนทำงานอยู่) อ่านดู

เพราะหัวหน้าค่อนข้างมีปัญหากับอารมณ์ตัวเองนิดหน่อย ฝนเลยจดสุภาษิตที่ฝนชอบจากหนังสือ

เล่มนั้น ก่อนที่จะส่งมอบหนังสือให้หัวหน้าต่อ และก็ได้แต่คาดหวังว่า หัวหน้า

จะอ่านและนำข้อคิดดีๆจากหนังสือมาปฏิบัติในชีวิตประจำวันบ้าง เพื่อประโยชน์

และความสุขของตัวหัวหน้าเอง(เป้าหมายที่สำคัญ) และเพื่อประโยชน์และ

ความสุขของฝนทิพย์และเพื่อนร่วมงาน ที่ต้องทนรองรับอารมณ์ขึ้นๆลงๆอย่างกะทะเลช่วงมรสุมของ

หัวหน้า เผื่อสถานการณ์ต่างๆจะดีขึ้น ^^ (เป้าหมายรองจ้า) และอย่างไรก็แล้วแต่

ไม่ว่าหัวหน้าจะอ่าน หรืออ่านแล้วจะนำมาปฏิบัติหรือไม่นั้น มันอยู่นอกเหนือการควบคุมของฝน

สิ่งที่ฝนทำได้และทำไปแล้วก็คือ ความหวังดีที่มอบให้ไป (^^)

สุถาษิตที่ฝนชอบจากหนังสือ “สุภาษิตที่ข้าพเจ้าชอบ” เขียนโดยท่านพุทธทาสภิกขุ

“ถ้าท่านพูดพล่อยๆก็คือท่านเปิดรูรั่วให้เกียรติยศของท่านค่อยๆรั่วจนหมดไป”

“ถ้าท่านกลัวจนเกินไป ท่านก็ไม่มีทางจะทำอะไรได้สำเร็จ”

“ถ้าท่านทำใจให้สงบ ท่านจะพบความสุขที่เยือกเย็นอยู่ตลอดเวลา”

“ถ้าท่านมีเมตตากรุณา ท่านก็จะมิตรสหายญาติกาไปทั้งบ้าน”

“การโกรธคนอื่นเขา ก็เท่ากับจุดไฟเผาตัวเองเสียก่อนตั้งนานแล้ว”

“อนาคตคือความฝัน ปัจจุบันคือภาพมายา อดีตคือปัญหาที่สะสมไว้

พระอรหันต์จึงอยู่เหนือความหมายของเวลา”

“อย่าหลงคิดไปว่า มีอะไรเป็นของเรา แม้แต่ร่างกายและชีวิต เพราะว่าตัวเราที่แท้จริง มันไม่มี”

“อย่าพยายามให้คนอื่นทำอะไรให้ถูกใจเรา เพราะเราเองก็ทำให้ถูกใจเราเองไม่ได้เสียแล้ว”

“ถ้าไม่มีความทุกข์แล้ว จะสร้างความสุขขึ้นบนรากฐานอะไร จงขอบใจความทุกข์กันเสียบ้าง”

“ถ้าอยากเป็นคนมีอำนาจ ก็อย่าใช้คำตวาดด่าทอเขา ห้อำนาจของเราร่อยหรอไป”

“ปิดปากให้เป็นใบ้ ไม่พูดจา ดีกว่าเปิดปากไว้นินทาเพื่อนบ้าน ไม่ต้องกลัวใครจะหาว่าเป็นคนโง่คนขลาด”

“การไม่ต่อสู้ในบางกรณี กลับเป็นวีรกรรมยิ่งกว่าการต่อสู้อย่างเอาเป็นเอาตาย”

“คนไม่ดีที่จริงเขาก็อยากดีเหมือนกัน เพียงแต่เขาเข้าใจความไม่ดีว่าเป็นความดี อย่างกลับกันอยู่”

“มีเงินก็มีอำนาจ มีอำนาจก็มีเงิน แต่ยังมีสิ่งประเสริฐอีกอย่างหนึ่ง

ซึ่งอยู่เหนืออำนาจและเงิน แต่ไม่ค่อยมีใครรู้จัก”

“จะตำหนิติเตียนคน ก็ต้องอยู่อย่าให้ตนมีข้อควรตำหนิติเตียนอย่างเดียวกัน

มันจะย้อนกลับมาหาตนก่อนไปหาเขา”

“การหลีกเลี่ยงเมื่อไม่มีหนทางสู้ นั่นก็คือการสู้อีกแบบหนึ่ง ซึ่งควรจะรู้จักไว้”

“การโอนอ่อนผ่อนตามอย่างฉลาดและสุขุม ในกรณีที่สู้ไม่ได้

นั่นเป็นการต่อสู้ที่มีชัยชนะอย่างแท้จริงเหมือนกัน”

“เครื่องแต่งตัวและเนื้อตัวที่สะอาด มิได้หมายความว่าใจจะสะอาดด้วยเสมอไป

ดังนั้นอย่าดูกันภายนอก”

“วันเวลาที่ท่านสามารถทำหน้าที่ของท่านได้ดีที่สุด

นั่นแหละคือวันฤกษ์งานยามดีที่สุดสำหรับท่าน อย่าไปดูหมอให้เสียเวลา”

“ถ้าอยู่ในฐานะที่จะหลีกทางให้ไม่ได้จริงๆก็จงยินดีเผชิญหน้ากับทุกสิ่ง ที่ประดังเข้ามา”

“ในบ้านเมืองที่ยิ่งเจริญ ก็ยิ่งมีความโหดร้ายทารุณที่ซ้อนเร้นอยู่ ยิ่งกว่าในป่าที่ไร้ความเจริญ”

“ภายในครอบครัวมีความเป็นกันเองมากเกินไป จนความสุภาพเหลืออยู่น้อยที่สุด ,ทำไมไม่สังเกตุ”

“แม้จะมีดีอวด ก็อย่าไปอวดให้หมดดี , ถึงแม้จะอวดไปก็ไม่มีใครชอบ”

“แม้มันจะแสดงว่าหมดหวัง หรือทำไม่ได้ คนเราก็ยังหวัง จะให้มันกลายเป็นสิ่งที่มีหวัง แทนที่จะเลิกหวัง”

“สิ่งที่เราทุกคน จะต้องระมัดระวังกันอย่างที่สุด นั้นคือภาวะความ”โง่เท่าเดิม””

“ระวัง! ตัวเองหลอกตัวเอง เสียหายกว่าผู้อื่นหลอก ตั้งร้อยเท่าพันเท่า,แต่ไม่มีใครระวัง”

“สรรเสริญมากเกินไป ก็กลายเป็นการด่าชนิดหนึ่งไป โดยไม่ทันรู้ตัวทั้งสองฝ่าย”

วันนี้เอาแค่นี้ก่อนนะคะ ที่เหลืออีกหน่อย เดี๋ยวฝนค่อยมา post ต่อใน

สุภาภาษิตที่ข้าพเจ้าชอบ II นะคะ

ก็คาดหวังว่าผู้อ่านจะได้นำสุภาษิตดีๆที่ท่านชอบ นำไปปฏิบัติในชีวิตประจำวันดูนะคะ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s