ว่าด้วยเรื่องเกี่ยวกับ “ฉี่”

The heart of a mother is a deep abyss at the bottom of which you will always find forgiveness. ” ~Honoré de Balzac

สี่โมงเย็นกว่าๆ แม้ว่าจะเลยเวลางานของชีมาแล้ว ฝนทิพย์ยังคงนั่งเจื้อยเจี้ยว อยู่ในแล็บกับพี่ผู้ร่วมงานอีกสองคน วันนี้ช่วงบ่ายงานน้อยอีกเช่นเคย เล่นเกมก็แล้ว ดูทีวีก็แล้ว อ่านหนังสือก็แล้ว พอถึงเวลาเลิกงานฝนทิพย์เลยไม่รู้ว่าจะทำอะไรต่อดี เลยนั่งเล่นกะพี่เขาไป เพราะถ้ากลับไปที่ห้องของตัวเอง มีหวังหลับอีกแน่ๆ

เวลาสี่โมงเย็นกว่าๆ มีป้าคนนึง เดินเข้ามาในแล็บ ป้าใส่ผ้ากันเปื้อนมาด้วย บ่งบอกชัดเจนว่า “กูเป็นแม่ค้าโว้ย!” คุณป้าเปิดประตู(บานเลื่อน ที่คนไข้หลายคนชอบผลักกันจริงผลักกันจัง (–‘’))เข้ามา

โดยไม่ทันที่ฝนทิพย์จะได้ตั้งตัว

“ที่นี่ตรวจสารเสพติดได้รึเปล่า?” ป้าถาม

“ตรวจได้เฉพาะพวกยาบ้าอ่ะค่ะป้า” ฝนตอบไป ละการใช้คำว่า Methamphetamine ไว้เพราะป้าคงไม่เข้าใจ ต้องใช้ศัพท์ให้เหมาะสมกับผู้ที่เราสื่อสารด้วย

“งั้นตรวจให้หน่อยนะ เนี๊ยะลูกสาวป้า ป้าสงสัยว่ามันไปเสพยามา ชาวบ้านก็มาบอกป้า ป้าก็เห็นว่ามันผิดปกติ ป้าก็คิดมาก นอนก็ไม่หลับ ก็เลยลากมันมาตรวจเนี๊ยะ”

“งั้นลองตรวจดูก็ได้ค่ะคุณป้า แต่ถ้าน้องเขาเสพมาหลายวันแล้ว อาจจะตรวจไม่เจอก็ได้นะคะ หรือว่าถ้าน้องเสพเข้าไปในปริมาณน้อยๆก็อาจจะไม่เจอได้เช่นกันค่ะ” ฝนก็บอกป้าเขาไป

ป้าแกเลยออกไปเอาตัวลูกสาวที่ยืนอยู่หน้าร้านเข้ามา

“นานมั้ยเนี๊ยะ! รีบๆตรวจจะได้กลับ” ชีลูกสาวก็พูดเหวี่ยงๆใส่ฝนกับคุณแม่ของชี น้ำเสียงชีเนี๊ยะนะ ถ้าเป็นน้องสาวฝน แม่งจะตบหัวแรงๆเข้าให้ซักที พูดกับผู้ใหญ่ไม่มีสัมมาคารวะ จะบอกว่าพ่อแม่ไม่สั่งสอน ก็อาจจะไม่ใช่ พวกท่านอาจจะส่งสอนแล้วชีไม่จำก็เป็นไปได้ เนื่องจากดูจากบุคลิกของคุณป้าผู้เป็นแม่ก็ดูเรียบร้อย นุ่มนวล ไม่เห็นจะแข็งกระด้างเหมือนลูกสาว

ฝนยื่นฟอร์มกรอกประวัติข้อมูลคนไข้ในชี

“ช่วยกรอกประวัติให้หน่อยนะคะ”

ชีกรอกประวัติเสร็จก็ยื่นกระดาษให้ฝน ระหว่างที่ฝนกำลังเขียนชื่อชีบนสติกเกอร์อยู่นั้น

“ระหว่างที่เขียนเนี๊ยะ ขอไปฉี่ก่อนได้ป๊ะ!” ชีถามเหวี่ยงๆ

“ใจเย็นๆน้อง” ฝนก็ตอบชีไปเรียบๆ ผู้ร่วมงานของฝนทั้งสองคนก็สังเกตุการณ์อยู่เงียบๆ นี่มันหมดเวลางานของฝนทิพย์แล้วนะ ^^

ฝนเอาสติกเกอร์แปะกระปุกปัสสาวะ และยื่นให้เธอไป

“ป้าต้องเข้าห้องน้ำไปด้วยรึเปล่า?” ป้าถาม

“กลัวมันเอาฉี่คนอื่นมาใส่” ป้าบอกต่อ

“ก็ดีนะคะ เพราะถ้าเกิดน้องเขาเอาน้ำผสมลงไปก็อาจไปเจือจางสารได้” ฝนตอบ

ระหว่างนี้มีผู้ชายท่าทางดูดีคนนึงเดินเข้ามาในร้าน ทราบภายหลังว่าเป็นแฟนของลูกสาวคุณป้า

“แม่จะเข้าห้องน้ำด้วยอ่ะ จะบ้าเหรอ” ชีก็เดินไปฟ้องแฟน

“ก็ให้แม่เข้าไปด้วยก็ได้” แฟนชีบอก

ชีเลยยอม เดินเหวี่ยงๆไปที่ห้องน้ำ พี่กุ๊ก พี่ร่วมงานฝนอยู่ในห้องน้ำพอดี เลยโดนชีเหวี่ยงใส่ไปดอกนึง พี่กุ๊กเลยเดินออกมาหน้าตางงๆ

“พี่งงเลย” พี่กุ๊กบอก” “อยู่เฉยๆก็มาเหวี่ยงใส่กูซะนั่น”

ได้ยินเสียงเอะอะ โวยวายในห้องน้ำ ซักพักแม่ลูกก็ออกมา ชีลูกสาวยื่นกระปุกฉี่ให้ฝน

ใสสะ ให้เด็กดูมันก็รู้ว่าไม่ใช่ฉี่แน่ๆ ฝนทิพย์มองเฉยๆไม่พอค่ะ ดม(สัมผัสกลิ่น)ด้วย น้องแม่งเอาน้ำใส่มาให้ นึกว่าช้านโง่เหรอ เดี๋ยวเจอดี  พี่โอ(medtech) อีกคนนึงก็เดินมาดูด้วย

“คงตรวจไม่ได้อ่ะครับ นี่มันไม่ใช่ปัสสาวะหน่ะครับ” พี่โอบอกคุณแม่ไป

“พอดีกระปุกมันหล่นลงน้ำหน่ะ” ชีลูกสาวตอบ

“ถ้างั้นคงต้องเก็บปัสสาวะใหม่นะครับ” พี่โอบอก

ฝนเลยเดินไปเอากระปุกใหม่มาให้ชี

“ออกไปซื้อน้ำกินก่อนนะ” ชีลูกสาวบอก และเดินออกไปกับแฟน

คุณป้าเลยนั่งถือกระปุกฉี่รอลูกสาวอยู่ในแล็บ

“เมื่อก่อนมันไม่เป็นแบบนี้นะ” ป้าเริ่มเล่าให้ฟัง

“มันเริ่มเป็นมาอาทิตย์กว่าๆนี่แหละ กลางคืนก็ไม่นอน เดินทั้งคืน ตาก็คล้ำ หงุดหงิดใส่ป้าตลอด ป้าก็เป็นห่วงลูก นอนไม่หลับเหมือนกัน ชาวบ้านก็มาบอกป้า “ลูกมึงติดยาหน่ะ ไม่เชื่อมึงเลยสังเกตุดู” ป้าก็ยิ่งคิดมากใหญ่ นอนไม่หลับมาหลายคืนแล้วเนี๊ยะ” ป้าเล่าไปน้ำตาก็ไหลไป ฝนทิพย์ก็แทบน้ำตาไหลตาม

“อย่าคิดมากเลยนะคะคุณป้า มันไม่ดีต่อสุขภาพ” ฝนบอก จากนั้นป้าก็เล่าให้ฟังว่า น้องเขากำลังเรียนราชภัฏฯอยู่ ส่วนแฟนน้องเขาทำงานอยู่ที่ท่ายาง

ซักพักน้องเขากับแฟนก็เดินกลับมา คุณป้าและน้องเขาจึงไปเข้าห้องน้ำอีกครั้ง ออกมารอบนี้ สีฉี่ค่อยเหมือนฉี่หน่อย

“ได้แค่นี้อ่ะ พอป๊ะ” ชีถาม

“พอค่ะ” ฝนตอบพร้อมยื่นมือไปรับกระปุกฉี่จากชี และนำ strip meth มาจุ่ม ตั้งนาฬิกา 5 นาที”

จากนั้นทุกคนก็นั่งลุ้นค่ะ

ติ๊ด ติ๊ด ติ๊ด ติ๊ด เสียงนาฬิกาเตือน บอกครบ 5 นาที ฝนทิพย์เดินไปดู strip meth ขึ้นสองแถบแสดงว่า Negative ฝนจึงเดินไปบอกให้พี่โอ

“ Negative ค่ะพี่โอ” พี่โอก็ลงผล และออกผลให้คุณป้าท่านไป ฝนดู strip meth อีกที ไม่ค่อยอยากจะเชื่อกับผล แต่มันก็ขึ้นสองแถบจริงๆ หรือว่าน้องเขาอาจจะฉี่ออกไปหมดแล้วก็ได้ จำขึ้นมาได้ว่า คุณป้าท่านบอกว่า

“เมื่อวาน มันซื้อโซดามากินเยอะเลย มันมีผลอะไรรึเปล่า”

“ก็มีนะคะ ดื่มโซดาเยอะๆ ก็เป็นการช่วยขับฉี่นะคะ ถ้าฉี่ออกไปมากๆสารก็จะเจือจาง จนไม่สามารถตรวจเจอก็ได้ค่ะ” น้องชีก็พอมีความรู้ในสิ่งที่ชีทำนะนี่ ฝนทิพย์คิดในใจ

คุณป้า น้อง และแฟนของน้องก็เดินออกไ ป ฝนทิพย์ก็เก็บหนังสือ และ labtop ของตัวเอง

“ฝนเลิกงานแล้วนะคะ” พี่บอกพี่ๆเขา แล้วเดินไปหลังร้าน แต่ระหว่างที่ฝนกำลังจะขึ้นบันไดนั้น ก็ได้ยินเสียงอะไรซักอย่าง

“นี่ๆ” เป็นเสียงกระซิบ กระซาบ พี่นา! ร้านหมอฟันข้างๆนั่นเอง มาทำลับๆล่อๆอยู่ที่หน้าต่าง

“ตกใจหมดเลยค่ะพี่นา มีอะไรรึเปล่าคะ”

ชีก็กระซิบกระซาบเล่าให้ฟังว่า

“เมื่อกี้มีน้องผู้หญิงมาขอฉี่พี่ ตอนแรกพี่ก็คิดว่าน้องเขาจะขอเข้าห้องน้ำ ก็บอกว่า เข้าไปได้เลย  แต่น้องเขาบอกว่า น้องเขาอยากได้ฉี่พื่ พอดีน้องเขาท้อง แต่ไม่อยากบอกแม่ว่างั้น พี่ก็บอกว่า ให้ไม่ได้หรอก แล้วน้องเขามาตรวจไรอ่ะ” พี่นาถาม

“อ้อ น้องเขามาตรวจ meth หน่ะค่ะ ได้ผล neg  แต่พฤติกรรมน้องเขาน่าสงสารมากๆเลยนะคะ ขอบคุณนะคะที่พี่นามาบอก” ฝนบอกพี่นาไป และเดินย้อนกลับเข้าไปที่แล็บเพื่อไปเล่าให้พี่กุ๊กกะพี่โอรับทราบในสิ่งที่ฝนได้รับการบอกกล่าวมา

“ไอ้ฝน นี่มันฉี่ที่ไหน แกดูซิ” พี่กุ๊กยื่นกระปุกฉี่ให้เฝนทันทีที่ฝนโผล่หน้าเข้าไปในห้องแล็บ

ฝนก็เอามาดู สีเอ๊ะๆ แต่ก็พอเป็นฉี่ได้ อยู่ ฝนทิพย์เลยดมดูอีกครั้ง

อ้าวแม่ง!!! ซวยและ นี่มันกลิ่น pepsi ชัดๆ ภาพขวด pepsi ที่แฟนน้องเขาถืออยู่ในมือลอยเข้ามาในหัวฝนเลยทีเดียว

“พี่ก็ว่าแล้วเชียวว่า มันไม่น่าจะ neg น้องเขาออกจะท่าทางก้าวร้าวแปลกๆขนาดนั้น พี่เลยไปดูกระปุกฉี่อีกครั้ง”

พี่กุ๊กบอก

“พี่ก็เห็นว่าสีและปริมาณมันน่าจะได้ เลยไม่ได้ช่วยดู” พี่โอบอก

“ฝนผิดเองแหละค่ะ ที่ไม่ได้เช็คดูดีๆ ฉี่ครั้งแรกที่ผสมน้ำฝนก็สังเกตุดีอยูนะคะ พอครั้งที่สองไม่คิดว่าชีจะเล่นไม่ซื่ออีก”ฝนบอก

“เมื่อกี้พี่ยังเห็นแม่เขายืนอยู่ข้างถนน ฝนรีบไปบอกแม่เขาเร็ว”

ฝนทิพย์ก็ยื่นกระปุกฉี่ให้พี่กุ๊กถือ และออกไปเดินตามหาคุณป้าเขา แต่สรุปว่าหายไปแล้ว

ฝนจึงเดินกลับมาที่แล็บ

“โทรไปบอกป้าเขาก็ได้” พี่กุ๊กบอก

“คงไม่ได้หรอกค่ะ เบอร์โทรที่เรามีเป็นของน้องเขา เขาคงไม่ให้คุยกะคุณป้า ท่าทางเราคงต้องไปหาคุณป้าเขาที่บ้านแล้วหล่ะค่ะ”

“นั่น พี่เป็นคนออกลายเซ็นซะด้วย ซวยหมู่เลยงานนี้” พี่โอเอ่ยขึ้นมา

“ป้าเขาคงไม่ได้อะไรมากหรอกค่ะ แค่อยากจะรู้ว่าลูกสาวตัวเองเสพยารึป่าว อย่างน้อยๆเราควรจะไปบอกให้คุณป้าเขาทราบนะคะ”

“อื้ม ถ้าป้าเขาอยากให้ตรวจใหม่ ก็บอกป้าเขาว่ามาตรวจฟรีได้เลยนะ” พี่โอบอก

“ฝนไปเปลี่ยนเป็นกางเกงก่อนดีมั้ย เผื่อเกิดอะไรขึ้น จะได้สู้เขาได้”

“ขนาดนั้นเลยเหรอคะพี่กุ๊ก แต่สมมุติว่าเกิดอะไรขึ้นจริง ใส่กระโปรงฝนทิพย์ก็สู้ได้ค่ะ”

“แต่ว่าเล่นอย่างนี้ มันรู้สึกเหมือนโดนลบคมยังไงไม่รู้ อย่างนี้ต้องเจอดีไอ้น้อง” ฝนพูดต่อ รู้สึกไม่ดีที่ตัวเองประมาทไปหน่อย

ฝนเปลี่ยนจากกระโปรงเป็นยีนส์ขายาว เปลี่ยนรองเท้าส้นสูงเป็นแตะ

“อ้าว ทำไมยังใส่กาวด์อยู่หล่ะ “พี่โอแปลกใจ เพราะปกติถ้าฝนเปลี่ยนชุดก็คือเปลี่ยนทั้งหมด

“อ้าว ทำไมหล่ะคะ”

“ก็แค่แปลกใจ ปกติก็ใส่เสื้อกล้ามนิ”

“ไม่ได้ค่ะ เราต้องทำตัวให้น่าเชื่อถือหน่อย ใส่กาวด์ไปจะได้ดูดี” ฝนบอก และทำการเอากระปุกฉี่ของคุณน้องชีใส่ถุง ไปเป็นหลักฐาน เผื่อคุณป้าท่านอยากดู

จากนั้นก็ซ้อนท้ายมอไซค์พี่กุ๊ก มุ่งหน้าไปที่การเคหะ ซึ่งเป็นหมูบ้านที่น้องเขาอยู่

“สังคมมันไม่ดีเลยหล่ะ มีแต่เด็กติดยา” พี่กุ๊กเล่าเกี่ยวกับหมู่บ้านการเคหะให้ฟัง และเสริมต่อว่า

“พี่ว่าน้องเขาต้องหาเรื่องแน่ ดูแรงๆก้าวร้าวอย่างนั้น แต่ให้แรงมาเดี๋ยวเจอพี่เข้า พี่ก็แรงกลับได้เหมือนกัน”

“เราก็อย่าไปแรงใส่เขา ก็บอกเขาไปดีๆ ทำหน้าที่ในส่วนของเราก็พอ” ฝนบอก

“ไม่ได้หรอกฝน คนที่แรงมา เราก็ต้องแรงกลับ” จากนั้นพี่กุ๊กก็เล่าเรื่องของหลานสาวพี่เขาให้ฟัง ว่าหลานพี่เขาเคยคบกลุ่มเพื่อนติดยา เพื่อนไม่ดี พอพี่เขาบอกให้หลานสาวเลิกคบ แล้วกลับมาเรียน พวกมันก็โทรมาด่า

“มึง อยู่ไหน ถ้ามึงแน่จริง มึงมาหากูนี่ อย่าดีแต่พูด” พี่ก็บอกมันไป “ แม่ง มันก็ไม่กล้า มันก็รู้ว่าพี่เขยพี่เป็นตำรวจ แรงมา พี่ก็แรงไป ไอ้พวกอย่างนี้ต้องเจอแรงๆ”

“ฝนก็อยากแรงกลับอย่างนั้นได้บ้างเหมือนกันค่ะ แต่ไม่เคยทำได้เลย เวลาใครแรงๆมา ฝนก็จะพูดกับเขาด้วยเหตุผล ถ้าไม่ไหวจริงๆก็ เฉยใส่ซะเลย บางทีก็อยากแรงกลับไปบ้างเหมือนกัน แต่ไม่รู้จะทำยังไง” เป็นอย่างนั้นจริงๆนะคะ ฝนทิพย์ไม่ใช่นางเอกหรอก (นางร้ายนะฝนทิพย์อ่ะ) แต่แค่ไม่รู้ว่าจะด่าคนอื่นยังไง สงสัยคงติดเชื่อพ่อมา พ่อฝนใครด่าก็นิ่งอย่างเดียว แม่ก็เหมือนกัน  เวลาโดนใครด่า แม่จะตอบโต้ไปเล็กน้อย แต่ถ้าไม่ไหวจริงๆแม่ก็จะนิ่ง แม่ยังพอด่าตอบได้นะ แต่ฝนทิพย์เน๊ยะ แต่ไหนแต่ไร ไม่เคยด่าใครแรงๆซักที ถ้าลองทำซักครั้ง คงน่าจะสะใจอยู่เหมือนกันหล่ะเน๊อะ แต่ไม่ดีกว่า ถือคติท่านพุทธทาส

“คำด่า ก็คือเสียงกิเลสธรรมดาๆจะเจ็บร้อนกันไปถึงไหนให้เกิดเรื่อง”

“การไม่ต่อสู้ในบางกรณี กลับเป็นวีรกรรมยิ่งกว่าการต่อสู้อย่างเอาเป็นเอาตาย” ฝนจึงมักคิดเสมอว่า การไปต่อปากต่อคำกับคนไม่มีเหตุผล หรือคนที่กำลังอยู่ในห้วงอารมณ์แห่งความโกรธนั้น ไม่ใช่สิ่งที่ควรจะกระทำนัก สู้ฝนไม่ตอบโต้เสียดีกว่า

แม้กระทั่งกับแม่ ถ้าแม่ไม่มีเหตุผลและกำลังโกรธอยู่ ฝนก็มักจะบอกแม่ว่า “เดี๋ยวค่อยคุยกันใหม่ดีกว่านะคะ” สมัยก่อนตอนอยู่ด้วยกัน ฝนก็จะเดินเข้าห้องไปดื้อๆ พอแม่อารมณ์เย็น แม่ก็จะเดินมาหาฝนในห้องเอง เอาอย่างนั้นจะดีกว่า

นั่น! ฝนเลยพาออกนอกเรื่องไปซะไกล เล่าเรื่องน้องเขาต่อดีกว่า

พี่กุ๊กก็ขับมอไซค์มุ่งหน้าไปที่หมู่บ้านการเคหะ

“บ้านเลขที่ 190/190 ซอย 8 ค่ะ” นั่น ฝนทิพย์ดันจำที่อยู่ชีได้อีก

เราก็ขับมอไซค์ไปจนถึงซอยสุดท้าย มันซอย 7 อ้าวแล้วซอย 8 มันอยู่ไหนฟะ เลยแวะถามคนแถวนั้นเอา เลยรู้ว่า ต้องขับผ่านซอย 7 เข้าไป และแล้วก็เจอแล้วค่ะ ร้านขายก๊วยเตี๋ยวของคุณป้า คุณป้ากำลังทำความสะอาดร้านอยู่พอดี มีลูกค้าอยู่ประมาณ 7-8 คนได้ ทุกคนก็จับจ้องมาที่พวกเราด้วยแววตาสงสัย “ไอ้สองคนนั้น มันเป็นใครมาทำอะไรกันวะ” คุณป้าเห็นเราก็เดินออกมาหา ฝนก็ยกมือไหว้คุณป้า และถามว่า “ลูกสาวป้าอยู่รึป่าวคะ”

“มันอยู่ในบ้าน” ป้าบอก ฝนก็พยักหน้า และเล่าเหตุการณ์ให้คุณป้าฟัง รวมถึงการที่น้องเขาไปขอฉี่จากพี่นาบ้านข้างๆด้วย ป้าเขาไม่ได้มีท่าทางตกใจอะไรมาก แต่แววตาเป็นทุกข์อย่างเห็นได้ชัด พอดีแฟนน้องเขาเดินออกมาจากในบ้านพอดี

“ไม่ต้องบอกแฟนเขานะ” ป้าขอร้อง

“ค่ะ ป้าก็ทำใจสบายๆนะคะ ค่อยๆแก้ปัญหาไป อย่าคิดมาก” ฝนบอกคุณป้าท่านก่อนที่จะยกมือไหว้ และจากมา

ระหว่างทางออกมาฝนทิพย์ก็สังเกตุลักษณะชุมชนของที่นั่น มันไม่น่าอยู่จริงๆด้วยคะ ดูมั่วสุม วัยรุ่นท่าทางน่ากลัวๆ สักลายแปลกๆนั่งอยู่เป็นแก๊ง เห็นน้องเด็กผู้ชายอายุประมาณ 5 ขวบคนนึง เล่นอยู่ที่กองทรายหน้าบ้าน ในใจฝนก็อดสงสารน้องไม่ได้ที่ต้องเติบโตในสภาวะแวดล้อมอย่างนี้ ถึงแม้ฝนจะมีข้อแม้ในใจก็เหอะว่า คนมันจะดีอยู่ที่ไหนมันก็เป็นคนดีได้

แต่ฝนก็ยังคงต้องเชื่อในข้อมูลที่นักวิจัยทั่วโลกเขาศึกษามาแล้วพบว่า

“สิ่งแวดล้อมและเพื่อนฝูงมีผลต่อพฤติกรรมและอนาคตของมนุษย์เรา”

เห็นแววตาและความกังวลของคุณป้าท่าน ก็พาลทำให้ฝน คิดถึงคุณแม่ของตัวเอง ที่ฝนก็เคยทำให้ท่านเป็นห่วงและกังวลอยู่ช่วงนึง รู้สึกตัวว่าตัวเองเป็คคนบาปแท้ ทำให้แม่เป็นห่วง และทำตัวเกเรอย่างนั้น แต่ดีนะที่ฝนทิพย์ก็แค่ลองเกเรแค่ช่วงสั้นๆ ให้มันรู้ว่า ชีวิตที่เกเรเป็นยังไง ดีนะที่ฝนทิพย์คิดจะหยุดความเกเรของตัวเองก็หยุดได้ซะเฉยๆ ไม่ได้ติดอยู่กับความสุขความสนุกอันจอมปลอมของมัน ไม่งั้นคงทำบาประยะยาวต่อคุณแม่ และคนที่รักและเป็นห่วงฝน

ในกรณีของน้องเขา ฝนก็คงช่วยอะไรไปมากกว่านี้ไม่ได้ นอกจากให้ข้อมูลที่เป๋นจริงกับคุณป้าท่าน และก็หวังว่าท่านจะสามารถเกลี้ยกล่อมให้น้องเขาหยุดเสพยาได้ และก็ส่งความปราถนาดีไปให้

ขอให้คืนนี้คุณป้านอนหลับนะคะ……..

“I remember my mother’s prayers and they have always followed me.  They have clung to me all my life.”  ~Abraham Lincoln

“You can fool some of the people some of the time, but you can’t fool mom.”  ~Author Unknown

One thought on “ว่าด้วยเรื่องเกี่ยวกับ “ฉี่”

  1. อ่านแล้วสนุกจัง เพลินเลยค่ะ ^^
    แต่ว่าเรื่องมันซีเรียสนี่นา >___<

    ขอให้คืนนี้ทุกคนหลับฝันดีนะค่ะรวมถึงเจ้าของเรื่องนี้ด้วย

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s