เหตุเกิดจากมื้อเย็นบนดาดฟ้า…

“It isn’t what you have, or who you are, or where you are, or what you are doing that makes you happy or unhappy. It is what you think about.” Dale Carnegie

“If you want to be happy, be. ” ~Leo Tolstoy

2-3 ปีทีผ่านมาฝนมีโอกาสได้อ่านงานวิจัยของมหาลัยดังๆต่างๆเกี่ยวกับ “ความสุข” อ่านหนังสือที่เขียนเกี่ยวกับ “ความสุข” และได้เรียนรู้ว่า บางครั้ง “เงิน” และ “ความสำเร็จ” ด้านการงานไม่ได้สามารถช่วยให้เรามีความสุขมากกว่าคนที่เขามีสิ่งนั้นๆ น้อยกว่าเราได้ ก็อ่านไป และเรียนรู้ไป บางประเทศถึงขั้นใช้ GNH (Gross National Happiness) ประเมินความสำเร็จของประเทศ แทนที่จะใช้ GDP(Gross Domestic Product)  เหมือนที่ประเทศอื่นๆในโลกเขาใช้กัน ฝนก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไม ตัวเองจึงสนใจจิตวิทยาแห่ง “ความสุข” มากมายในช่วง 2-3 ที่ผ่านมานี้

ทุกวันนี้ฝนก็ยังใช้เวลาว่างจากการทำงานของตัวเองศึกษาในเรื่องพวกนี้อยู่ และที่ฝนก็ได้มีโอกาสเรียนรู้ด้วยตัวเอง จากการทำงาน “งานแรก” ในชีวิต ที่ที่ฝนทำงานเป็นแล็บเทคนิคการแพทย์เอกชนเล็กๆ ในห้องแล็บฝนมีพี่ผู้ช่วยแล็บผู้หญิงคนนึง อายุ 25 ปี ชื่อ “พี่ตุ๊ก” และก็เป็นพี่คนนี้นี่แหละ ที่ทำให้ฝนได้เรียนรู้ด้วยตัวเองว่า “เงิน” ที่ฝนมีมากกว่า “ความสำเร็จด้านการงานการศึกษา” ที่ฝนมีมากกว่าพี่เขา มันไม่ได้ช่วยทำให้ฝน มีความสุขมากไปกว่าพี่เขาเลย

พี่ตุ๊กแยกทางกับสามี มีลูกด้วยกัน 3 คน อยู่กับพี่ตุ๊ก 2 คน และอีกคนอยู่กับแม่สามีของพี่ตุ๊กที่อุบลฯ “พี่ตุ๊กเป็นผู้หญิงอวบๆเตี้ยๆหน้าตาก็ไม่ได้สะสวยอะไรนัก แต่พี่เขามีลักษณะเด่นอย่างนึงก็คือ พี่เขายิ้มเก่ง ฝนก็ถือได้ว่าเป็นคนยิ้มเก่งเหมือนกัน แต่ระยะหลังมานี้ เห็นทีต้องยอมแพ้พี่เขาจริงๆ เพราะตอนนี้ฝนยิ้มน้อยลงกว่าเดิมน้อยมาก อาจจะเป็นเพราะหน้าที่ความรับผิดชอบที่มากขึ้น (ดูไม่ค่อยสมเหตุสมผลซักเท่าไหร่) ฝนยังคงยิ้มนะคะ ยิ้มเวลามีปัญหา ยิ้มเวลาไม่พอใจ ยิ้มเวลาเหนื่อย แต่มันแค่ไม่ใช่รอยยิ้มจากหัวใจเหมือนเดิม มันแค่เป็นการยิ้มสู้ ซึ่งต่างจากพี่เขา ที่ยิ้ม อย่างยิ้ม “ยิ้ม”

เพราะพี่เขาไม่จำเป็นต้องคิดอะไรมากเท่าไหร่ “มาทำงานเพื่อลูก” พี่ตุ๊กบอก แค่ประโยคนั้น แค่ความรู้สึกว่า “ทำงานเพื่อลูก” พี่ตุ๊กก็กินขาดฝนแล้ว เพราะถ้าถามฝนว่า ทุกวันนี้ฝนทำงานเพื่อใคร “เพื่ออนาคต” แล้วอนาคตของใครล่ะ “ก็ของฝนเอง” ฝนรู้ว่าถ้าเกิดฝนมีอนาคตที่ดี ก็จะสามามถช่วยเหลือครอบครัว ที่ดูเหมือนจะไม่ได้ต้องการความช่วยเหลือจากฝนนัก ได้มากขึ้น

แล้วอะไรเป็นสิ่งที่ทำให้ฝนคิดว่าพี่เขามีความสุขมากกว่าฝนล่ะคะ?

ลองฟังสิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิตของพวกเราสองคนในแต่ละวันดูนะคะ แล้วลองเปรียบเทียบและคิดดูว่า ใครน่าจะมีความสุขกับชีวิตในทุกๆวันมากกว่ากัน

06.00 ฝนทิพย์ตื่นอาบน้ำแต่งตัว เตรียมตัวทำงาน นั่งดื่มกาแฟและกินขนมปัง (คนเดียว)

06.00 พี่ตุ๊กตื่นเช้า อาบน้ำแต่งตัว จูบลาลูกๆ (ผู้หญิง อายุ 1 ขวบและ 2 ขวบ) บอกพ่อกับแม่ว่าไปทำงานแล้วนะ

07.00 ฝนทิพย์เปิดแล็บ สะสางงานที่คั่งค้างจากเมื่อวาน ทำแล็บให้คนไข้ที่เข้ามาตรวจสุขภาพ

07.00 พี่ตุ๊กถึงที่ทำงาน ทำความสะอาดร้าน ออกไปรับสิ่งส่งตรวจจากคลินิกหมอ

12.00 ฝนทิพย์บอกพี่ตุ๊กว่าเที่ยงนี้อยากกินอะไร พี่เขาจะได้ออกไปซื้อมาให้ เนื่องจากฝนต้องประจำอยู่ที่แล็บ

12.00 พี่ตุ๊กหลังจากซื้ออาหารกลางวันให้ฝนแล้ว ก็ไปนั่งทานข้าวกับพี่สาวของพี่เขา ที่คลินิกหูข้างๆ

ตอนบ่ายเราก็ทำงานต่อ

16.00 พี่ตุ๊กเลิกงาน กลับไปหาลูกๆ และพ่อแม่ ซื้อขนมไปฝากลูกๆ ในขณะที่ฝนทิพย์ก็ซื้อขนมมาเหมือนกัน แต่เหลือไว้เต็มตู้เย็นเพราะไม่มีใครจะช่วยกิน

19.50 ฝนทิพย์ยังคงทำงาน

19.50 พี่ตุ๊กเล่นอยู่กับลูกๆที่บ้าน

20.00 พี่ตุ๊กพาลูกๆเข้านอนหลังจากทานข้าวกันพร้อมหน้าพร้อมตา พ่อแม่ พี่ตุ๊ก ลูกอีกสองคน และญาติๆที่แวะมาบ้างเป็นบางครั้ง

20.00 ฝนทิพย์เลิกงาน ปิดแล็บ นั่งทานอาหารเย็น (ที่ให้พี่เขาไปซื้อมาให้ตอนเย็น) คนเดียวบนดาดฟ้า

20.40 ฝนทิพย์ อ่านหนังสือเล็กน้อย และเข้านอน

เช้าขึ้นมาวงจรชีวิตก็เป็นเหมือนเดิม

ปฏิสัมพันธ์ที่นอกเหนือจากคนไข้และพี่ผู้ช่วยแล็บของฝนสองคนก็คือ พนักงาน 7 และร้านขายซาลาเปาข้างๆบ้าน มันเป็นอะไรที่ไม่ใช่ฝนทิพย์ สุดๆเนื่องจากฝนชอบพูดชอบติดต่อกับผู้คน ชอบงานที่มันมีปัญหาน่าสนใจให้หาคำตอบ

ฟังมาถึงจุดนี้แล้ว คุณว่าฝนกับพี่ตุ๊กใครน่าจะมีความสุขมากว่ากัน “เงินเดือน” ของฝนที่มากว่าพี่เขาถึง 4-5 เท่า การศึกษาของฝนที่จบมาจากมหาลัยชื่อดังของประเทศ กับพี่เขาที่ไม่จบ ม. 6 ด้วยซ้ำ การงานของฝนที่ดูดีมีเกียรติมากว่า เอาเข้าจริงๆแล้ว บางที “ความสุข” มันก็เป็นเรื่องที่เข้าใจได้ยาก

ในบรรดาเพื่อนๆรุ่นเดียวกัน ฝนได้ชื่อว่าเป็นคนมองโลกในแง่ดี ค่อนข้างจะมากคนนึง ฝนเคยเชื่อว่า ไม่ว่าจะอยู่ในสิ่งแวดล้อมแบบไหน ไม่ว่าจะเจอกับอะไร ฝนทิพย์จะยังคงรักษา level ความสุขของตัวเองเอาไว้ได้ แต่หลังจากผ่านการนั่งทานอาหารเย็นบนดาดฟ้าคนเดียวมาเป็นเวลาเกือบ 4 เดือน ก็เป็นการประจักษ์แก่ตัวเองได้ว่า บางทีฝนทิพย์อาจจะมองโลกในแง่ดีและเชื่อมั่นในตัวเองมากเกินไป เพราะในตอนนี้มันมีช่องว่างเล็กๆสีเทาๆช่องนึงเริ่มก่อตัวและขยายตัวอยู่ในใจฝนแล้วหน่ะสิคะ……

………
แต่ฝนก็ยังคงเชื่อมันว่าตัวเองจะจัดการกับไอ้ช่องว่างสีเทานั้นได้ในไม่ช้า ก็ฝนทิพย์คือฝนทิพย์หน่ะ (^_____________^)

ยิ้มเข้าไว้แล้วโลกจะสดใส (ประโยคที่ฝนบอกตัวเองบ่อยๆแม้ว่าบางครั้งมันจะใช้ไม่ได้ผลก็เหอะ) (–‘’)

Often people attempt to live their lives backwards; they try to have more things, or more money, in order to do more of what they want, so they will be happier.  The way it actually works is the reverse.  You must first be who you really are, then do what you need to do, in order to have what you want. ” ~Margaret Young

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s