ประโยคที่ไม่อยากบอกคนไข้ ……………. “HIV positive นะคะ”

“The fight against HIV/AIDS requires leadership from all parts of government – and it needs to go right to the top. AIDS is far more than a health crisis. It is a threat to development itself.”
— Kofi Annan

The global HIV/AIDS epidemic is an unprecedented crisis that requires an unprecedented response. In particular it requires solidarity — between the healthy and the sick, between rich and poor, and above all, between richer and poorer nations. We have 30 million orphans already. How many more do we have to get, to wake up?”
— Kofi Annan

วันนี้มีพี่ผู้หญิงและผู้ชายคู่นึงเดินเข้ามาในห้องแล็บ

“สวัสดีค่ะ พี่จะตรวจอะไรคะ” เนื่องจากเป็นเวลาช่วงบ่ายแล้ว ก็ตัดตัวเลือกตรวจไขมันและน้ำตาลออกไปได้เลย

“อยากตรวจดูเอดส์ค่ะ ราคาเท่าไหร่คะ รอนานหรือเปล่า” พี่ผู้หญิงรูปร่างผอม ผิวคล้ำ ขอบตาคล้ำ ดูเหมือนกำลังไม่สบายอย่างหนักตอบฝนด้วยน้ำเสียงเศร้าๆ

“ราคา 300 บาทค่ะ รอประมาณ 30 นาที ว่าแต่มีพฤติกรรมเสี่ยงมานานรึยังคะ?” ฝนทิพย์ถามเพื่อให้แน่ใจว่ามันพ้นช่วง window period มาแล้ว

“นานแล้วคะ ตั้งแต่ก่อนตั้งครรภ์”

“อ้าว แล้วตอนตั้งครรภ์ไม่ได้ตรวจเหรอคะ?”

“ตรวจแล้ว หมอบอกว่าไม่มีค่ะ”

“อ้อ งั้นก็ขอประวัติหน่อยนะคะ” ฝนก็ให้พี่เขากรอกใบยินยอมรับการตรวจการติดเชื้อ HIV และเจาะเลือดพี่เขา แล้วบอกให้พี่เขานั่งรอประมาณครึ่งชั่วโมง

ปกติเวลาตรวจ Anti-HIV ด้วยชุด kit เราจะต้องรอเวลา 15 นาทีแล้วค่อยอ่านผล

แต่ประมาณ 5 นาทีผ่านไป ฝนทิพย์เลยแอบแว๊บๆไปดูผล ป๊าด!!!!! ขึ้นสองแถบจ้า

คือถ้าตรวจ meth ขึ้นสองแถบฝนก็จะแอบยิ้มยินดีกับคนไข้ด้วยเบาๆ แต่ตรวจ Anti-HIV แล้วขึ้นสองแถบนี่ อืม……เห็นแล้วเศร้าใจ

ฝนเลยเดินเข้าไปหยิบ ชุดตรวจอีกชุดนึงที่แตกต่างกันมาตรวจซ้ำให้พี่เขา

และเดินออกไปนั่งใกล้ๆพี่ผู้หญิง

“ผล positive นะคะ เหมือนว่าจะมีเชื้อ HIV อยู่ค่ะ” ฝนทิพย์พูดแค่นั้น พี่เขาปล่อยโฮเลยค่ะ

น้ำตาไหลอาบสองแก้ม พี่ผู้ชายที่มาด้วยกันก็ร้องไห้ไปด้วย

ฝนจึงเดินไปหยิบกระดาษทิชชูมายื่นให้พี่เขา

“หนูไม่อยากเป็นอ่ะ ลูกก็ยังเล็ก แล้วลูกหนูจะอยู่กับใคร” พี่เขาพูดไปก็ร้องไห้ไป

“แล้วน้องได้รับการตรวจเชื้อ HIV รึยังคะ?” ฝนถาม

“ตรวจแล้วค่ะ หมอบอกไม่มีเชื้อ ตอนคลอดหมอก็ตรวจอีกทีนึง ก็บอกว่าไม่มีเหมือนกัน”

ได้ยินอย่างนี้ฝนทิพย์เลยถึงบางอ้อ….. ว่า คือจริงๆพี่เขาคงจะได้รับการวินิจฉัยว่ามีเชื้อ HIV มาจากหมอแล้วหล่ะ

และหมอก็คงให้ยาต้านเชื้อแก่เด็กน้อยในครรภ์ไปแล้ว แต่พี่เขาไม่มั่นใจว่าตัวเองเป็นโรคนี้จริงๆ เลยคงอยากตรวจอีกครั้ง

“แล้วทีนี้หนูจะทำไงดีคะพี่ ลูกก็ยังเล็ก หนูก็อาศัยบ้านคนอื่นเขาอยู่ ถ้าเขารู้เขาอาจจะไม่ให้หนูอยู่ด้วยก็ได้”

นั่น ฝนทิพย์ก็โดนเรียกว่า “พี่” ไปตามระเบียบอีกเช่นเคย ด้วยความว่าไม่อยากจะแก้ตัวว่า “หนูยังเด็กอยู่ค่ะพี่!!!!” และในสภาวการณ์อย่างนั้น การที่เขารู้สึกว่าฝนเป็น “พี่” อาจจะทำให้ฝนให้คำปรึกษาได้ง่ายขึ้นก็ได้

ฝนทิพย์ก็สวมรอยเป็น “พี่” เลยค๊า

“คือ จริงๆแล้วการมีเชื้อ HIV ถ้าเราดูแลสุขภาพร่างกายของเราเองให้ดี ก็สามารถใช้ชีวิตอยู่ได้อีกนานเลยนะคะ ยิ่งตอนนี้ยาต้านเชื้อก็ค่อนข้างจะมีคุณภาพ อยู่แล้ว บางคนอยู่ได้เป็น สิบยี่สิบปี มากกว่านั้นก็มีนะคะ”

“น้องจะสามารถอยู่กับลูกได้อีกนานเลยนะคะ ถ้าน้องดูแลตัวเองดีๆ” ฝนพูดต่อ

“แต่ตอนนี้หนูทรุดเอาทรุดเอาเลยนะคะ ผัวหนูมันไม่เห็นเป็นอะไรเลย มันไปมีเมียใหม่ มันก็กินเหล้า เล่นยา ของมัน ก็ยังเห็นมันแข็งแรงดี มันบอกหนูว่ามันไปตรวจแล้ว หมอบอกมันไม่เป็น แต่หนูไม่เคยนอนกับใครเลย นอกจากมัน แล้วมันจะไม่เป็นได้ไง แต่มันก็ยืนยันว่ามันไม่เป็นหนูเลยมาตรวจซ้ำดูนี่แหละ”

“แล้วน้องเคยไปตรวจที่อื่นมาก่อนรึเปล่าคะ?” ไอ้นิสัยช่างถามของฝนทิพย์นี่มันแก้ไม่หายจริงๆเฟ้ย

“หนูไปตรวจที่โรงพยาบาลท่ายางมาแล้วค่ะ แต่ดูมันไม่น่าเชื่อถือ หนูเลยลังเลสงสัยว่าตัวเองเป็นจริงๆหรือเปล่า แล้วทีนี้ลูกหนูจะอยู่ยังไง หนูกลัวคนรังเกียจไอ้ตัวเล็กมัน มันยังต้องอยู่อีกนาน หนูหน่ะไม่เป็นไรหรอก”

ฟังแล้วฝนทิพย์ก็จี๊ดในหัวใจ ความรักที่แม่มีต่อลูกนี่มันมากมายล้นพ้นจริงๆ แอบรู้สึกผิดเบาๆที่ฝนทำให้แม่ต้องเป็นห่วงอยู่บ่อยๆ

“นั่นไงคะ น้องก็ควรจะดูแลสุขภาพของตัวเองดีๆนะคะ กินยาให้ตรงเวลา ไปหาหมอตามนัด แล้วก็อย่าเครียดมากนะคะ ยิ่งเครียด CD4 ก็จะต่ำ อาการก็จะทรุดเร็วขึ้นนะคะ ต้องคิดว่าตัวเองต้องแข็งแรง เพื่อที่จะอยู่กับลูกได้นานๆ” ฝนแนะนำต่อ

“ครั้งก่อนหมอที่ท่ายางบอกว่า CD4 หนูลดลงเหลือคือ 170 กว่าๆ บอกว่าน่าเป็นห่วง”

“ใช่ค่ะ น้องต้องพยายามรักษาระดับ CD4 ไว้ที่ประมาณ 400 นะคะ มันจะได้มาช่วยกำจัดเชื้อในร่างกายได้  ต้องรักษาสุขภาพกาย พักผ่อนให้เพียงพอ ทานอาหารที่มีประโยชน์อย่าโหมทำงานหนัก รักษาสุขภาพจิต อย่าเครียด  อย่าคิดว่าชั้นไม่อยากเป็นโรคนี้ ทำไมชั้นต้องเป็น แต่ให้คิดว่า ชั้นจะอยู่กับมันยังไงให้ดีที่สุด ให้ชั้นได้ใช้เวลาอยู่กับลูกได้นานที่สุด”

“พี่ไม่เป็นเอง พี่ก็พูดได้น่ะสิ ลองมาเป็นเองพี่ก็พูดไม่ออกหรอก”

ป๊าด!!!!! โดนย้อนอย่างนี้ ฝนทิพย์ก็แอบเห็นด้วยในใจว่า

ก็คงจะจริงเน๊อะ ฝนไม่ได้อยู่ในตำแหน่งที่เขา ฝนก็คงจะพูดได้ง่าย  ฝนเลยแอบถามตัวเองในใจว่า

ถ้าเกิดวันนึงฝน HIV positive ฝนจะทำยังไง

แล้วก็ได้คำตอบกลับมาว่า ฝนก็คงจะอยู่กับมันได้อย่างมีความสุข ก็ยังคงใช้ความสามารถของตัวเองช่วยเหลือผู้อื่นให้ถึงที่สุด จนกว่าเจ้า AIDs มันจะเอาชนะร่างกายของฝน แต่แน่นอนว่ามันไม่สามารถเอาชนะใจใจฝนได้แน่ๆ

“ก็จริงอย่างที่น้องพูดเน๊อะ พี่อาจจะพูดได้เหมือนว่ามันทำได้ง่าย แต่ยังไงน้องก็ควรจะทำมันให้ได้ ถ้าน้องไม่ทำใจ และมีภาวะซึมเศร้าบ่อยๆ อาการก็จะยิ่งทรุดเร็วขึ้นนะคะ ก็ให้คิดว่าตัวเองต้องแข็งแรงเพื่อลูกนะคะ”

พี่เขาก็ยังคงน้ำตาไหลอาบสองแก้มอยู่

“พี่รู้รึป่าว ทุกวันนี้หนูไม่กล้าเล่นกับลูก ไม่กล้าอุ้มไม่กล้าจูบลูก กลัวลูกจะติดเชื้อไปด้วย”

ฝนฟังแล้วก็ใจหาย

“การสัมผัสการใช้ชีวิตประจำวันด้วยกันปกติไม่ทำให้ติดเชื้อนะคะ แม้จะจูบกันก็ไม่ทำให้ติดเชื้อเหมือนกัน เว้นซะแต่ว่าน้องมีแผล แล้วลูกก็มีแผลที่มีเลือดออกด้วย นั่นแหละถึงจะติดต่อกันได้”

“แล้วถ้าเกิดหนูมีแผลแล้วหนูไม่รู้ แล้วลูกก็มีแผลแล้วหนูไม่รู้ แล้วใครจะรับผิดชอบลูกหนูหล่ะ ถ้าเกิดลูกหนูติดเชื้อขึ้นมาจะทำยังไง หนูไม่กล้าเสี่ยงหรอก”

ฟังแล้วก็เข้าใจความกังวลของคนเป็นแม่เน๊อะ แต่ฝนก็แอบสงสารเด็กน้อยเบาๆที่ต้องขาดความอบอุ่นจากอ้อมกอดของแม่ตั้งแต่เด็ก

ก็คุยกันต่อไปซักพัก น้องเขาเฮ้ยไม่ใช่ พี่เขาก็สัญญาว่าจะพยายามไม่เครียดและทานยาให้ตรงเวลา เพื่อที่จะได้ใช้ชีวิตอยู่กับลูกได้นานที่สุด

จากนั้นพี่เขากับเพื่อนก็เดินออกจากร้านไป

ฝนทิพย์ปิดประตูตามหลังพวกพี่เขา แอบรู้สึกหวิวๆในท้องชอบกล  รู้สึกสงสารพี่เขาจับใจ

จากนั้นฝนก็ “ยิ้ม” ให้กับความโชคดีของตัวเอง “ยิ้ม” ให้กับชีวิตของตัวเองที่เป็นอย่างที่อยู่

Everywhere I go, I see very much the same thing. I see the same compassion for people who live half a world away. I see the same concern about events beyond these borders. And, increasingly, I see the same conviction that we can and we must join together to stop the scourge of AIDS and poverty.
— Bono

History will judge us on how we respond to the AIDS emergency in Africa….whether we stood around with watering cans and watched while a whole continent burst into flames….or not.
— Bono

http://www.betterworld.net/quotes/aids-quotes.htm

http://www.ted.com/talks/annie_lennox_why_i_am_an_hiv_aids_activist.html

http://www.ted.com/talks/bono_s_call_to_action_for_africa.html

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s