อ้อ…ว่าทำไมบ้านญี่ปุ่นถึงเรียบง่าย!

“Eliminate physical clutter.  More importantly, eliminate spiritual clutter.”

-Terri Guillemets

“Small rooms or dwellings discipline the mind, large ones weaken it.”

–        Leonardo Da Vinci

“The ability to simplify means to eliminate the unnecessary so that the necessary may speak.” – Hans Hofmann

หลังจากตั้งใจมาหลายวันแล้ว ในที่สุดฝนทิพย์ก็ได้ฤกษ์ตัดผมซะที ตอนนี้ตั้งใจว่าจะเก็บเอาไว้ให้เพื่อนๆสุดที่รักได้ยลโฉมผมที่ยาวสลวยสวยงามของฝน แต่ก็ไม่เห็นทีท่าว่าพวกเธอจะมากันซักที เมื่อวานฝนทิพย์จึงตัดสินใจเดินเข้าร้านทำผม หลายคนบอกว่า “เขาบอกว่าอย่าตัดผมตรงกับวันเกิดนะ” คือฝนเกิดฝนเสาร์ก็ไม่ควรตัดผมวันเสาร์งี้ แต่ฝนทิพย์ก็หาได้แคร์ไม่ จะสงสัยก็ตรงที่ว่า “เขา” คือใครกัน? ชอบมาบอกไม่ให้ทำโน่นทำนี่อยู่เรื่อยเลย

และก็เป็นที่รู้กันว่า ไปร้านทำผม เราก็ต้องนั่งรอคิวอยู่แล้วเป็นธรรมดา จะช้าหรือนานก็แล้วแต่ ฝนทิพย์จึงหยิบหนังสือติดมือไปด้วย ชื่อหนังสือ “นิกายเซน” เขียนโดย ท่านมรว.คึกฤทธิ์ ปราโมช อ่านไปอ่านมาก็แอบงงบ้างอะไรบ้าง แต่ก็ต้องยอมรับว่า ท่านเขียนหนังสือได้มีอารมณ์ขันดีเลยทีเดียว อ่านไปก็ยิ้มไป แล้วก็บังเอิญอ่านมาเจอเรื่องเกี่ยวกับว่า ทำไมชาวญี่ปุ่นโบราณเขาถึงได้สร้างบ้านอย่างเรียบง่าย อ่านจบก็รู้สึก “อ้อ” อย่างนี้นี่เอง จึงอยากนำมาแชร์กับเพื่อนๆที่น่ารัก ให้ได้ “อ้อ..อย่างนี้นี่เอง” โดนถ้วนกัน (^____________^)

ข้อความข้างล่างนี้แอบคัดลอกมาจากหนังสือ “นิกายเซน” โดยท่าน มรว.คึกฤทธิ์ ปราโมช นะคะ พิมพ์เมื่อปี 2544

[“เซน” สอนให้เราปล่อยกายปล่อยใจไปเหมือนสายธาร แต่อย่าให้มันหยุดไหลหรือไหลผิดทาง เสมือนคนที่จะมองดูหน้าตัวเองในน้ำ ต้องมองดูเฉยๆขืนเอามือจุ่มน้ำ ภาพก็บิดเบือน น้ำก็กระเพื่อม มองไมเห็นหน้าหรือเห็นก็ไม่ตรงกับความจริง”]

โอเค…ทีนี้ก็มาฟังเรื่องที่ทำให้ฝนทิพย์ “อ้อ…อย่างนี้นี่เอง” นะคะ

ท่านมรว.คึกฤทธิ์ ท่าเล่าว่า

[ ธรรมของเซนที่แสดงออกในศิลปวัฒนธรรมของญี่ปุ่นนั้นได้แก่ ความวิเวก

สวนที่สร้างขึ้นในญี่ปุ่นนั้น สร้างขึ้นด้วยความประสงค์ทึ่จะให้เกิดความวิเวกเป็นอารมณ์

ต้นไม้แต่ละต้น หินแต่ละก้อน หย่อมหญ้า ธารน้ำตลอดจนกรวดทรายทุกเม็ด ได้รับการพิจารณาแล้วอย่างละเอียด สุขุม ว่าควรจะตั้งอยู่ ณ ที่ตรงไหนภายในบริเวณสวน

ทั้งหมดนี้เมื่อจัดวางลงแล้วก็จะประกอบกันเกิดผลทางใจแก่ผู้ที่ได้พบเห็นเป็นความวิเวก

การจัดดอกไม้ของญี่ปุ่นก็เช่นเดียวกัน

ดอกไม้ทุกดอกและกิ่งไม้ทุกกิ่งได้ผ่านการคำนวณมาแล้วว่าจะต้องก่อให้เกิดความวิเวกในบริเวณที่นำไปตั้งไว้ ทำให้ผู้ที่อยู่ในบริเวณนั้นเกิดความสงบระงับทางใจ

บ้านญี่ปุ่นทั่วไปนั้นจึงมีแต่ความวิเวกเป็นอารมณ์

และอาจจะเป็นเพราะเหตุนี้เองที่คนญี่ปุ่นออกจากบ้านไปทำการงานที่ยุ่งยากได้ด้วยความแข็งแรง

และมีประสิทธิภาพสูง เพราะเมื่อทำการงานเสร็จแล้วกลับถึงบ้าน ใจก็ได้สงบระงับไม่เดือดร้อนวุ่นวาย

มีพลังเพิ่มขึ้นพอที่จะรับความเดือดร้อนวุ่นวายในวันต่อไปได้อีก

แต่คนไทยเรานั้นออกจะวุ่นวายทั้งนอกบ้านและในบ้าน

การทำงานก็วุ่นวายเหน็ดเหนื่อยอยู่แล้ว แต่พอกลับถึงบ้าน บ้านนั้นก็มีข้าวของมากมายหลายอย่าง

ที่ร่ำรวยก๋วื้อหาเครื่องประดับมาตั้งไว้โดยสลับซับซ้อน ขาดความวิเวกโดยสิ้นเชิง

ใจก้ไม่มีเวลาที่จะสงบระงับ

ยิ่งอยู่ไปก้ยิ่งเหนื่อย

เพราะเอาทุกข์มาขวางหน้าตนเองไว้ทุกแห่งแท้ๆ]

“Any intelligent fool can make things bigger, more complex, and more violent. It takes a touch of genius – and a lot of courage – to move in the opposite direction.” – E.F. Schumacker

 ฝนก็เห็นด้วยกับที่ท่านคึกฤทธิ์ท่านกล่าวนะคะ

ฝนว่า คนเราบางคนก็บ้าซื้อ บ้าเก็บจนเกินจำเป็น

ลองคิดดูนะคะว่า วันนึงคุณเดินกลับไปในบ้านของคุณ

ลองมองไปที่ข้าวของรอบๆตัว กรอบรูปที่เพื่อนให้เป็นของขวัญวันเกิด แจกันใบใหญ่ที่ซื้อจากจตุจักรวันนั้น

ตุ๊กตาตัวโตที่ซื้อจากสยาม โมบายเปลือกหอยที่ซื้อจากภูเก็ต ร่มบ่อสร้างที่ซื้อจากถนนคนเดินเชียงใหม่ครั้งนั้น

ภาพวาดที่ซื้อมาตอนไปเที่ยวลาว ชุดชาที่ซื้อมาจากตอนไปเที่ยวจีน อื่นๆอีกมากมาย คุณลองคิดดูว่า ทุกๆแวบสายตาที่คุณเห็นของเหล่านั้น ความคิดความทรงจำก็จะบังเกิดขึ้นมา จิตใจของคุณก็จะกระโดดจากเรื่องนึงไปอีกเรื่องนึง คิดถึงเพื่อนที่เคยไปเที่ยวด้วยกัน คิดถึงอาหารที่เคยกินที่นั่น เออ ตอนนั้นเราหลงทางด้วยนี่หว่า

ไปเรื่อย ฝนไม่ได้ว่าการเก็บความทรงจำดีๆเป็นเรื่องไม่ดีนะคะ แค่อยากจะสื่อว่า

บางทีจิตใจเราก็เหนื่อยบ้าง ที่ต้องกระโดดไปกระโดดมามากๆ ทำงานก็เหนื่อยแล้ว ยังต้องมาเหนื่อย

คิดเรื่องอดีตอีก เวลาเดินกลับเข้ามาในบ้าน น่าสงสารจิตใจแท้ พออ่านเจอบทความข้างต้นของท่านคึกฤทธิ์ ก็เลยรู้สึกว่า เออว่ะ เห็นด้วย ปัจจุบัน ฝนก็พยายามซื้อของให้น้อยที่สุดเท่าที่จำเป็น เสื้อผ้าเราก็ใส่ทีละชุด ไปเที่ยวไหน ฝนก็ไม่บ้าจี้ซื้อของฝาก ของที่ระลึกมากมายเหมือนเมื่อก่อนแล้ว

พยายามใช้ชีวิตให้เรียบง่ายที่สุดเท่าที่จะทำได้

และก็ย้ำกับตัวเองเสมอว่า

 “ร่ำรวยสิ่งของ นั้นไม่ดีเท่ากับร่ำรวยน้ำใจ” หรอกค่ะ (^_____^)

“I believe that such smaller houses – where comfort, practicality and beauty co-exist in harmony – represent an idea whose time has truly come. They’re better for the environment and they enhance the quality of life – both in our communities and for those who live in them.”- John Gower

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s