การเดินทางคนเดียวและความเหงา…….

บันทึกประจำวันอาทิตย์ ที่ 12 มิถุนายน 2011 วันที่ 44 ของการเดินทาง“Loneliness adds beauty to life.

It puts a special burn on sunsets and makes night air smell better.”

-Henry Rollins

“It’s so lonely when you don’t even know yourself.”

เดินทางมาถึงหลวงพระบางเวลาประมาณทุ่มกว่าๆ

หลังจากนั่งบนรถทัวร์มาจากคุณหมิง( ประเทศจีน) เป็นเวลา 25 ชั่วโมง OMG!!!

ทีนี้ก็ได้ท่องเที่ยวคนเดียวซักทีสินะ หลังจากตลอดการเดินทางที่ผ่านมา

มักมีเพื่อนร่วมทางด้วยเสมอ รู้สึกยังไงหล่ะ? (เหงาเล็กน้อย)

จ้างตุ๊กๆมาที่บ้านพัก เสียค่าห้องไปคืนละ 500 บาท แพงแบบเวอร์ๆ

ห้องก็ไม่ได้ดีขนาดนั้น (คืนถัดไปได้ที่ที่ดีกว่าเสียแค่ 135 บาท (–‘’))

จากนั้นฝนก็อาบน้ำ เปลี่ยนเสื้อผ้า รู้สึกดีขึ้นเยอะ

หลังจากการอาบน้ำครั้งสุดท้ายคือเมื่อ 30 กว่าชั่วโมงก่อน

จากนั้นก็ออกไปเดินที่ตลาดมืด ก็ขายของเหมือนๆกะที่เขาขายกันที่ถนนคนเดินที่เชียงใหม่อ่ะนะ

แต่เหมือนที่หลวงพระบางจะเยอะกว่า (รึป่าว?) เดินคนเดียว กินข้าวคนเดียว

(ไปกินร้านที่เพื่อนชาวโปแลนด์แนะนำมา) เจอคนมากมายที่เราไม่สามารถพูดคุยด้วยได้

หลังจากสองสามวันก่อนยังเฮฮาปาร์ตี้กะเพื่อนมากมายในต้าหลี่อยู่เลย

จึงทำให้เกิดรู้สึกเหงาเล็กน้อย เหงาเลยหล่ะ….แต่ซักพักคงจะรู้สึกดีขึ้น

เป็นครั้งแรกที่รู้สึกเหงามากๆในทริปครั้งนี้

เดินทางมาถึงจุดหมายปลายทางที่คาดหวังว่าจะมานานแล้ว

แต่ไม่ได้รู้สึกดีใจเท่าที่ควรจะเป็น ช่างแปลกประหลาดจริงๆจิตใจของมนษย์นี่

คืนนี้ดิ่ม Beerlao คนเดียวหลังจากสองวันก่อนยังนั่งดื่ม Beerlao กะโมและเพื่อนในคุณหมิงอยู่เลย

ภาพบทสนทนาที่เคยคุยกะพี่เอ (พี่นักวิจัยสวทช.คนไทย) ที่บังเอิญเจอกันในลี่เจียงก็โผล่กลับมา

ตอนนั้นพี่เอถามฝนว่า “น้องฝนเที่ยวคนเดียวไม่เหงาเหรอครับ

พี่ก็ backpack เที่ยวคนเดียวบ่อยเหมือนกัน บางครั้งก็เหงามาก”

จำได้ว่าตอนนั้นฝนตอบพี่เอไปว่า

“ฝนยังไม่เหงาเลยค่ะ และเป็นการเที่ยวคนเดียวที่ไม่เคยจะได้เที่ยวคนเดียวซักที

มักจะเจอเพื่อนร่วมทางอยู่เสมอ” มาถึงตอนนี้ฝนจึงได้รับรู้สิ่งที่พี่เอพูดถึง…..

ความเหงาระหว่างการเดินทาง

“พี่ว่าการออกเดินทาง backpacking ครั้งนึงทำให้เราโตขึ้นประมาณ 5 ปีเลยหล่ะ สำหรับพี่พี่ว่างั้นนะ”

พี่เอเสริม ถึงตอนนี้ฝนก็เห็นด้วยกะสิ่งที่พี่เอพูดอีกเช่นกัน

มุมมองการมองโลกและสิ่งรอบตัวบางอย่างของฝนก็เปลี่ยนไปเช่นกัน

ได้เจอผู้คนจากหลากหลายเชื้อชาติ หลากหลายอาชีพ ทำให้เราได้มีโอกาส

ได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็น และรับฟังประสบการณ์ชีวิตที่พวกเขาสั่งสมกันมา

ฝนว่าถือว่าคุ้มเลยหล่ะค่ะ

ตอนอยู่ในกรุงเทพฯฝนก็เคยมีช่วงเวลาที่เหงาอยู่เหมือนกัน

ทั้งที่มีเพื่อนอยู่มากมาย แต่บางครั้งคนเราก็เหงาได้ แต่ในขณะนี้ฝนอยู่ในต่างถิ่น

ไม่มีเพื่อน ไม่มีคนรู้จัก และเพิ่งจะจากลาจากคนที่รู้สึกดีด้วย

พร้อมทั้งรู้ว่าโอกาสที่จะได้เจอกันอีกเกือบจะศูนย์เปอร์เซ็นต์ ยิ่งทำให้ความเหงาเพิ่มมากขึ้น

การเป็นคนมองโลกในแง่ดีของฝนทิพย์บางครั้งก็หยุดทำงาน

เอ๊ะ…..ไม่ถึงกะหยุดทำงาน แต่เกิดการขัดข้องขึ้นได้เหมือนกัน

แต่ได้ประสบกับความเหงาอย่างนี้บ้างก็ดีเหมือนกัน เน๊อะ หัวใจของฝนทิพย์จะได้แข็งแรง

และมีภูมิคุ้มกันมากขึ้น (นั่น มองโลกในแง่ดีอีกแล้ว) แต่จริงๆนะ ยอมปล่อยให้ตัวเองเหงาบ้าง

ดื่มเบียร์คนเดียวบ้างจะเป็นอะไรไป อย่างน้อยก็ได้รับรู้ความรู้สึกของตัวเอง

ถ้าเกิดฝนพาตัวเองไปนั่งที่บาร์ พูดคุยกะผู้คนเพื่อกลบเกลื่อนความเหงาของตัวเอง

ทำอย่างนั้นบ่อยๆอาจจะไม่ดีต่อหัวใจก็เป็นไปได้

ปล่อยให้ตัวเองรับรู้และสัมผัสกับความเหงาบ้าง………….

“We’re born alone, we live alone, we die alone.

Only through our love and friendship can we create the illusion for the moment

that we’re not alone.” Orson Welles quotes

(ป.ล. และฝนทิพย์ก็เหงาอยู่ได้แค่คืนเดียว เช้าวันถัดไปก็ได้เพื่อนใหม่จากเมกา ไอแลนด์ ฝรั่งเศส

และอังกฤษ ก็เฮฮาปาร์ตี้กะพวกเขาไป………

แต่คืนนั้นเป็นคืนที่เหงามากจริงๆแค่คิดย้อนกลับไปก็ยังสัมผัสถึงความเหงาได้)

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s