ขอพื้นที่เล็กๆ

วันก่อนขณะที่นั่งทำงานอยู่ ( ทำ SEO ให้ลูกค้า) อยู่ๆก็เอะใจขึ้นมา และตั้งคำถามกับตัวเองว่า

” เอ๋ ครั้งสุดท้ายที่ฝนจับกล้องถ่ายรูปตัวโปรด ออกไปถ่ายรูปนั้น มันเมื่อไหร่กันนะ” ( ฝนเคยมีงานอดิเรกเป็นการถ่ายรูปค่ะ ไม่ได้เก่งอะไรหรอก อาศัยความชอบล้วนๆ)

ถามแล้วก็ได้คำตอบกับตัวเองว่า จำไม่ได้แล้ว มันนานมามากแล้ว

ทีนี้ก็ตามมาด้วยคำถามที่ว่า ” ทำไม” ทำไมอยู่ๆถึงหยุดหล่ะ

ก็ได้คำตอบว่า ก็เพราะฝนให้เวลาและความสำคัญกับสิ่งอื่นๆแทนไง

ไหนจะเรื่องบริษัท เรื่องทำงานส่งให้ลูกค้า เรื่องงานแต่งงานของตัวเองเร็วๆนี้

แล้วหลังๆมานี่คุณแฟนก็มักนำเรื่องลูก เรื่องบ้าน เรื่องรถมาพูดอีก

มันจึงกลายมาว่า เราทั้งคู่ก็โฟกัสไปที่การทำงานเป็นอย่างมาก

ไปเที่ยวพักผ่อนก็ทำกันทุกเดือนนะ แต่ก็อดที่จะพูดเรื่องงาน เรื่องอนาคตไม่ได้อยู่ดี

มันจึงกลายเป็นว่า สิ่งเหล่านั้นวนเวียนอยู่ในความคิดของฝนตลอดเวลา

ไอ้อารมณ์ศิลปินก็หายไป กลายเป็นมนุษย์หาเงิน

เข้าสู่วงจรปกติของสังคม ทำงาน แต่งงาน สร้างบ้าน ซื้อรถ มีลูก

ความจริงแล้วฝนก็ไม่ได้ว่า มันมีอะไรผิดปกติกับวงจรนี้หรอกนะคะ

หลักๆจริงๆแล้วอาจจะเป็นเพราะว่าฝน ยังรู้สึกเหมือนตัวเองยังไม่ได้ทำอะไรสักอย่างนึงที่มีความหมายมากๆกับตัวเอง

รวมทั้งรู้สึกห่างหายจากการปฏิบัติสมาธิ สร้างความสงบให้ใจตัวเอง

อาฉีก็ถามบ่อยว่า ฝนโอเคกับงานมั้ย ฝนอยากจะทำอะไรที่เป็นความชอบของฝนก็ทำได้เลยนะ

แต่ตอนนี้ฝนอาจจะต้องทำงานช่วยบริษัทด้วย เพราะเรายังเทรนคนใหม่ให้ทำงานได้เยอะเท่าฝนยังไม่ได้

ฝนก็มักจะตอบชีไปว่า ฝนโอเคกับงาน ถึงแม้ว่ามันจะต่างไปจากสิ่งที่ตัวเองเรียนมาอย่างสิ้นเชิง

บางทีก็แอบสงสัย และมโนสรุปเอาเองว่า หรือว่า นี่เป็นเพราะเราเป็นผู้ใหญ่แล้ว

ความรับผิดชอบมากขึ้น เวลาที่จะทำอะไรเล่นๆก็น้อยลง

หรือว่านี่ เป็นเรื่องปกติที่ผู้ใหญ่ทั่วไปเขาก็ทำกัน คิดไปคิดมาก็ ….เอ๋?

หลังๆมานี่ ไม่ใช่ว่าฝนจะละเลยแค่ เรื่องถ่ายรูปอย่างเดียวนะคะ

เรื่องนั่งสมาธิ อ่านหนังสือมีสาระ เล่นโยคะ และเขียนไดอารี่ ฝนก็ละเลยไปเช่นกัน บางอย่างจากที่เคยทำเป็นประจำ กลายเป็นเดือนนึงทำสักครั้ง

มันก็เลยทำให้รู้สึกว่า อะไรขาดๆหายๆไป

ฝนว่าเพื่อนๆอีกหลายๆคนก็เป็นเหมือนกัน

เพราะขณะที่ฝนเพิ่งนึกขึ้นได้ว่า ฝนละเลยสิ่งเหล่านี้ไป

ฝนก็ถามแหม่ม เพื่อนสนิทว่า ฝนหยุดทำมันตั้งแต่เมื่อไหร่กัน

ชีก็บอกว่า ชีก็ไม่รู้ และหลังๆมานี้ชีก็ละเลยการดูดาวของชีเหมือนกัน

ในส่วนของฝน อาฉีก็พยายามช่วย เตือนให้นั่งสมาธิวันละไม่กี่นาทียังดี

โหลดหนังสือลงโทรศัพท์ไว้ให้อ่าน บางคืนก็หยิบไดอารี่ ส่งมาให้ฝนเขียน

รวมทั้งนอนฟังฝนแปลเนื่อเพลง ขอพื้นที่เล็กๆ ของบอยตรัย ให้ชีฟัง!

ฝนว่า เราไม่สามารถทำอะไรที่ตัวเองต้องการจะทำได้หมดทุกอย่างหรอก ( ข้อนี้สำคัญมากสำหรับฝนทิพย์ เพราะชีชอบมีไอเดียอยากทำสิ่งใหม่ๆอยู่ตลอดเวลา)

เพราะฉะนั้นจึงต้องทำ สิ่งที่ตัวเองคิดว่าสำคัญที่สุด

และถึงแม้ว่าเป็นผู้ใหญ่แล้ว มีเรื่องต้องรับผิดชอบเยอะแยะมากมาย แต่ก็ต้องไม่ลืมที่จะแบ่งเวลาให้ตัวเองได้ทำอะไรเด็กๆอย่างที่ตัวเองชอบ

ไม่ลืมที่จะคงความสดใสให้ตัวเอง

เพราะเมื่อเราลืมที่จะให้พื้นที่เล็กๆทำสิ่งเล็กๆที่เราชอบ ต่อให้มีเงิน มีสิ่งของต่างๆมากมาย มันก็เติมเต็มหัวใจไม่ได้หรอก

“There is a fountain of youth: it is your mind, your talents, the creativity you bring to your life and the lives of people you love. When you learn to tap this source, you will truly have defeated age. ”

– Sophia Loren

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s