เวลาเปลี่ยน เราก็เปลี่ยน

เมื่อคืนก่อนนอน ก็เกิดความรู้สึกว่า โชคดีที่หลังเรียนจบตัวเองได้ไปแบคแพคมา สามสี่เดือน เพราะช่วงเวลานั้น เป็นช่วงไม่มีงานทำ ไม่รู้จะทำยังไงกับชีวิตดี เวลาเยอะ เงินน้อย แฟนไม่มี ถือว่าเป็นช่วงเวลาที่เหมาะแก่การแบคแพคเป็นอย่างมาก คิดแล้ว ฝนเลยเริ่มบทสนทนากับ Archie ชีก็บอกว่า ตอนนี้เราก็ยังไปแบคแพคได้อยู่นะ ฝนก็บอกว่า ” มันก็ได้อยู่แต่ความรู้สึกมันคงไม่เหมือนเดิมแล้วหล่ะ เหมือนตอนที่ฝนแบคแพคไปอินเดียกับคุณ ความรู้สึกมันรู้สึกปลอดภัย เพราะมีเพื่อนร่วมทางด้วย มันแตกต่างกันมากกับตอนที่ไปแบคแพคในจีนคนเดียว แล้วอีกอย่าง ตอนนี้ความรู้สึกว่าว่างๆมีเวลาเยอะ สามารถนั่งจิบเบียร์ สนทนากับเพื่อนแบคแพคเกอร์คนอื่นๆได้ทั้งวันนั้นมันได้หายไปแล้ว เพราะเรามักจะกังวลเรื่องงาน เรื่องพัฒนาธุรกิจของตัวเองแทน ให้ไปนั่งชิลๆทั้งวัน ก็คงไม่สนุกเหมือนเดิมอีกแล้ว อย่างตอนเราไปอินเดีย เราก็จะกังวลเรื่องงาน ต้องบุ๊คโรงแรมที่ดีหน่อย ที่มีอินเตอร์เน็ตให้ใช้ทำงาน ไม่เหมือนก่อนหน้านั้น ที่เราพวกพักเกสเฮาส์ถูกๆคืนละ 150 บาทยังได้ เพราะเรามักใช้เวลาส่วนใหญ่เที่ยวก็ไม่ก็สังสรรค์กับเพื่อนๆแบคแพคเกอร์คนอื่นๆ” ชีก็ตอบกลับมาว่า ” ผมว่า บางทีเราก็อาจจะแบ่งความสุขก็คนเป็นสองแบบ แบบนี้ได้นะ แบบแรกคือ experience สิ่งที่เกิดขึ้น อย่างพวกเราแบคแพคเราก็ experience สิ่งต่างๆที่เกิดขึ้น ไปโรงแรม ไปรีสอร์ท แพงๆ เราก็ experience มัน สิ่งเราเหล่านั้นก็ทำให้เรามีความสุข แต่คนบางประเภท เขามีความสุขจากการ create อย่างพวกสร้างธุรกิจ พวกพัฒนาธุรกิจต่างๆ เขาก็มีความสุข มันก็เป็นความตื่นเต้นอีกแบบนึง แล้วเวลาที่เราได้พบปะพูดคุยกับคนที่สนใจที่จะ create สิ่งที่คล้ายๆกัน มันก็จะทำให้ตื่นเต้น แล้วก็สนุกกว่า บทสนาของแบคแพคเกอร์นะผมว่า เวลาเราแบคแพค คุยกันส่วนใหญ่ก็จะคุยกันแต่เรื่องสถานที่ที่เราไปมาแล้ว หรือว่ากำลังจะไป ถ้าแบคแพคเกอร์มีไอเดียจะทำอะไรร่วมกัน ส่วนใหญ่ก็แค่ ชวนกันไปบาร์เจ๋งๆ หรือไปเที่ยวที่ๆใกล้เคียง แต่เวลาที่ creator เจอกันนี่มันสนุกนะ เราสามารถช่วยกัน create สิ่งเจ๋งๆได้”

เอ่อ คือ ฝนเริ่มบทสนาก็แค่ต้องการ จะสื่อว่า เวลาผ่านไป หลายๆสิ่ง หลายๆอย่างเปลี่ยนไป ก็ทำให้การมองโลกของเราเปลี่ยนไป อย่างเช่น ฝนทิพย์หลังจบใหม่ๆเอนจอยกับการแบคแพคมาก แต่จะให้ฝนทิพย์ตอนนี้ไปแบคแพค ไม่ทำอะไร ชิลๆไปวันๆเหมือนเมื่อก่อน มันก็คงจะไม่รู้สึกสนุกเท่าเดิม ชี Archie กลับพูดไปซะไกลเลยจ้า!

จำได้ว่า สมัยเรียนอยู่จุฬา อาจารย์ Thagoon Kirdkao ท่านบอกกับฝนและแหม่ม ว่า เวลาที่พวกหนูเรียนจบทำงานแล้ว ผมคงไม่ชอบคุยกับพวกหนูแล้ว เพราะพวกผู้ใหญ่ คุยน่าเบื่อ จินตนาการก็หายไปเยอะ คุยกับเด็กๆ สนุกกว่า ท่าจะจริงของอาจารย์ค่ะ ^^

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s