ทำไมเธอถึงอยากเรียนจิตวิทยาการปรึกษา

 

“To be beautiful means to be yourself. You don’t need to be accepted by others. You need to accept yourself. “

~Thich Nhat Hanh

             เกือบจะครบ 3 เทอมที่ฝนได้มาเรียนจิตวิทยาการปรึกษาแล้ว ในเทอมแรกที่เข้าเรียน

คาบแรกของเกือบทุกวิชาที่อาจารย์เข้าสอน อาจารย์ก็จะให้เราแนะนำตัวและถามเหตุผลหรือความคาดหวังที่ทำให้เราเข้ามาเรียนจิตวิทยาการปรึกษา

ฝนจำได้ว่าเหตุผลที่ตนเองให้ไปตอนนั้นคือ อยากนำความรู้มาใช้ในชีวิตมาประจำวัน มาใช้กับคนใกล้ตัว

ไม่ได้เป็นเหตุผลที่ดูมีอุดมการณ์หรือยิ่งใหญ่อะไรมากนัก แต่ฝนมีความเชื่อว่าถ้าหากตัวเองยังช่วยเหลือตัวเองไม่ได้เลยแล้วจะช่วยเหลือผู้อื่นได้ยังไง

ถ้าหากตัวเองยังว่ายน้ำไม่เป็น แล้วจะสอนให้ผู้อื่นว่ายน้ำได้ยังไง

จริงๆแล้วเราอาจจะรู้แค่ทฤษฎีการว่ายน้ำแล้วบอกให้ผู้อื่นทำตามก็ได้ แต่มันก็ไม่เหมือนกัน

ถ้าเรายังไม่รู้จักตัวเอง ยังไม่เข้าใจตัวเอง แล้วเราจะบอกให้คนอื่นทำความรู้จักตัวเองได้ยังไง

ดังนั้นการทำความเข้าใจตนเองจึงเป็นเหตุผลหลักของการมาเรียนจิตวิทยาการปรึกษาของฝน

ถ้าเราช่วยตัวเองได้แล้ว เราก็จะมีพลังพอที่จะช่วยผู้อื่น

เหมือนกับทุกๆครั้งที่เราขึ้นเครื่องบินแล้ว flight attendant บอกให้เราสวมหน้ากากออกซิเจนให้ตัวเองก่อนที่จะสวมให้ผู้อื่น

ทุกครั้งที่ฝนขึ้นเครื่องบินแล้วฟังข้อแนะนำนี้ ก็เป็นการย้ำเตือนตัวเองเช่นกัน

“You must love yourself before you love another. By accepting yourself and fully being what you are, your simple presence can make others happy”

ตอนนี้ถึงแม้ว่าฝนจะยังเรียนไม่จบก็ตาม แต่ก็รู้สึกว่าตัวเองได้สิ่งที่ตัวเองต้องการจากการเรียนครั้งนี้

นั่นไม่ได้หมายถึงตัวฝนจะ perfect ขึ้นหรือความสัมพันธ์กับคนรอบข้างของฝนจะดีขึ้นมากมาย

แต่ฝนได้เข้าใจตัวเองมากขึ้น ได้เข้าใจคนรอบข้างมากขึ้น ได้ช่วยเหลือผู้อื่นเท่าที่ตนพอจะเข้าใจและพอจะช่วยได้มากขึ้น

ได้ตระหนักเห็นถึงความปราถนาของตนที่จะให้ผู้อื่นได้ค้นพบเป้าหมายในชีวิตของตนเอง

หรือตระหนักถึงสิ่งที่พวกเขาต้องการในแต่ละ session ที่ฝนได้ฝึกงาน

ได้รับรู้การความอ่อนไหวของสติของตัวเองมากขึ้น

texas

อาจารย์ท่านนึงของภาควิชาบอกว่า เรามักจะมองหาสิ่งที่เราขาด การที่เราบางคนเข้ามาศึกษาจิตวิทยาการปรึกษานั้นก็เผื่อมาเติมเต็ม

หรือทำความเข้าใจสิ่งที่ตนเองขาดหายไปหรือไม่เข้าใจ ซึ่งฝนก็เชื่อว่านั่นค่อนข้างจะจริงเลยทีเดียว

ก่อนหน้าที่ฝนจะเข้าเรียน ฝนมักเชื่อว่าตนเองเป็นคนใจเย็น มีเหตุมีผล ไม่โกรธง่าย

เพราะฉะนั้นในเวลาที่ฝนอยู่ในสถานการณ์ที่ตนเองควรจะโกรธฝนก็จะเก็บกดอารมณ์ของตัวเองเอาไว้

ในเวลาที่อยู่ในสถานการณ์ที่ควรจะอนุญาติให้ตนเองได้เศร้า ฝนก็บอกตัวเองว่าช้านต้องไม่เศร้า

ฝนพยายามจะไม่ปล่อยอารมณ์ negative ใดให้โผล่มา และบอกว่าตนเองไม่ควรจะคิดหรือรู้สึก negative

มันเป็นความเชื่อและนิสัยที่เป็นมานาน เป็นมาตั้งแต่เมื่อไหร่ฝนก็จำไม่ได้ แต่มันนานมากจนกระทั่งมันทำให้ฝนรู้สึกเหนื่อยมากที่ต้องคอย

กดความรู้สึกเหล่านั้นไว้ไม่ให้แสดงออกมา

“A lot of the conflict you have in your life exists simply because you’re not living in alignment; you’re not be being true to yourself.”
― Steve Maraboli

12465871_10153371858606234_2681453656193051088_o

             หลังจากที่เข้ามาเรียนผ่านไปหนึ่งปี ฝนก็ได้เรียนรู้ที่จะยอมรับตนเองมากขึ้น

ปล่อยให้ตนเองมีความรู้สึกได้อย่างอิสระตามสถานการณ์ที่มันควรจะเป็น

เข้าใจคนรอบตัวของฝนมากขึ้นในเวลาที่เขามีพฤติกรรมที่เราเคยมองว่าไม่ดี หรืออยู่ในความรู้สึกที่เป็น negative

แค่ความสำเร็จเพียงแค่นี้ ฝนก็พึงพอใจแล้วค่ะ

“The greatest gift that you can give to others is the gift of unconditional love and acceptance.”

-Brian Tracy

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s