บันทึกนักวิ่งมือใหม่ | My Running Journal

นักวิ่ง

Sep 21, 2017 #day6

วันนี้เป็นวันที่ 6 ของการตื่นมาวิ่งตอนเช้าทุกวันของวัน แรงบันดาลนี้เกิดขึ้นจากการที่ฝนเข้าร้านหนังสือที่สนามบินเชียงใหม่ ระหว่างรอขึ้นเครื่องไปภูเก็ตกับอาร์ชี่ ระหว่างที่เลือกหนังสือเพื่อที่จะอ่านบนเครื่องอยู่กับอาร์ชี่ ฝนก็เจอหนังสือนิยายเล่มใหม่ของ Murakami อยู่ในร้าน ในขณะเดียวกัน เล่มที่วางติดกันเป็นเล่มเกี่ยวกับการวิ่งของเขา ซึ่งอาร์ชี่ได้อ่านแล้ว แล้วบอกว่า ฝนน่าจะชอบแน่ถึงแม้ว่าฝนจะไม่ได้ชอบวิ่งเลยก็ตาม ปกติฝนก็ไม่ได้วิ่งค่ะ เพราะเห็นว่าเดี๋ยวนี้ใครๆก็วิ่งกัน ดูกลายไปเทรนกืไป เลยไม่อยากเห่อไปกับเทรนด์กับพวกเขาด้วย และวิ่งก็เหนื่อยแถมไม่สนุกเลย ฝนวิ่งจริงจังครั้งล่าสุดก็ตอนม.3 ตอนอายุ 15 ปี ตอนนั้นซ้อมวิ่งบ่อยมาก เป็นการวิ่ง 1,500 เมตร เพื่อที่จะไปเป็นตัวแทนของโรงเรียนไปคัดตัวเป็นนักกีฬาของจังหวัด แต่ก่อนที่จะได้ไปคัดตัดที่จังหวัด ฝนก็ดันต้องผ่าไส้ติ่งซะก่อน เลยไม่ได้ไปร่วมการคัดตัวในรอบนั้น หลังจากนั้นก็ไม่ค่อยวิ่งอย่างจริงจังอีกเลย จะมีวิ่งก๊อกแก๊ก ต๊อกแต๊กบ้างก็ตอนป.ตรี ตอนนั้นพยายามจะลดน้ำหนัก เพราะอ้วนขึ้นมากน้ำหนักขึ้นมาเป็น 56 กิโล เนื่องจากกินของหวานจุกจิกเยอะในขณะที่อ่านหนังสือตอนกลางคืน แต่ก็วิ่งได้อยุ่แค่ไม่กี่วัน ก็เลิกไป ตอนนั้นวิ่งเพราะรู้สึกไม่พอใจในรูปร่างของตัวเอง

แต่การกลับมาวิ่งในครั้งนี้ของฝนไม่ได้มีเรื่องรูปลักษณืภายนอกมาเป็นแรงบันดาลใจเลย กลับมาที่หนังสืออีกครั้ง ระหว่างที่อ่านหนังสืออยู่ ตอนนั้นฝนก็อยุ่ที่บ้านเกิดที่พังงา ด้วยพลังใจที่เกิดจากการอ่าน ฝนก็หยิบรองเท้ามาเริ่มวิ่งได้วันนึง จากนั้นก็ไปเที่ยวสิงคโปรืต่อก็ไม่ได้วิ่ง กลับมาเชียงใหม่พร้อมทั้งอ่านหนังสือจบเล่ม แต่ก็ไม่ได้จับรองเท้ามาวิ่งอีกเลย จนกระทั่งวันนึง เจอเพื่อนแชร์โพสใน Fcaebook ของ Grad School ของมอชอ เป็นแคมเปญวิ่งให้ครบ 100 กิโลภายในเวลา หนึ่งเดือนครึ่งเพื่อรับเสื้อและขวดน้ำฟรี ในขณะที่อ่านโพสนี้ ฝนได้เริ่มกลับไปเต้นซูมบ้าอีกครั้งกับตาล เพื่อนที่เรียนโนด้วยกัน ตอนนี้ตาลน้ำหนักเพิ่มขึ้นมาอีกครั้ง ฝนเลยคิดว่านี่เป็นโอกาสดีที่จะชวนตาลมาออกกำลังกายด้วยกันอีกทางนึงนอกเหนือจากการเต้นซูมบ้า ก็เลยชวนตาลสมัครเข้ากลุ่มของ Grad CMU ใน Strava และเริ่มวิ่งด้วยกัน วันแรกของการวิ่งนั้น ฝนนัดตาลไว้เวลา 6 โมงเช้าเพื่อที่จะวิ่งไปอ่างแก้วด้วยกัน  นัดกันในวันเสาร์ซึ่งเป้นวันที่ฝนไม่ต้องทำงาน คืนก่อนการนัดหมาย ด้วยความกังวลว่าตัวเองจะไม่ตื่นก่อนหกโมง จึงทำให้ฝนหลับไม่สนิท ตื่นระหว่างกลางคืน 2-3 ครั้ง และอีกครั้งก่อนนาฬิกาปลุก ตอนตี 5 กว่าๆเลยตัดสินใจว่าจะไม่นอนและ และขับรถออกไปเจอตาลที่หอ พอเราเดินออกจากหอตาลฝนก็เริ่มตกค้าาาาาา แต่ด้วยความตั้งใจว่าจะทำแล้วต้องทำ ฝนและตาลก็รอฝนซาลงเล็กน้อยและเริ่มออกเดินเข้ามาอด้วยกัน ตาลใช้วิธีการเดิน ฝนจึงวิ่งๆเดินๆเป้นเพื่อนตาล นั่นคือจุดเริ่มต้นของการกลับมาวิ่งอีกครั้งนึงของฝนทิพย์

หลังจากวิ่งด้วยกันกับตาลในวันนั้น ฝนทิพย์ก็ตัดสินใจว่าน่าจะวิ่งแถวๆบ้านน่าจะดีกว่า ไม่ต้องเสียเวลาขับรถออกไปเพื่อไปวิ่ง ถนนในหมู่บ้านที่อยู่ก็กว้างดี ดังนั้นหลังจากวันนั้นก็วิ่งตื่นเช้ามาวิ่งทุกวัน เวลาประมาณ 6 โมงกว่าๆ และเช้าของวันนี้ก็เป็นเช้าที่ 6 ประสบการณ์ที่ฝนมีอยู่ตอนนี้ก็คือ ฝนชอบความรู้สึกตอนที่ตัวเองวิ่งในตอนเชา และชอบการวิ่งในตอนเช้าก่อนที่พระอาทิตย์จะขึ้น แต่ฝนก็ยังไม่สบายกำจัดความกังวลว่าตัวเองจะไม่ตื่นเช้าออกไปไม่ได้จึงทำให้ฝนยังคงตื่นระหว่างกลางคืน 2-3 ครั้งทุกคืน และตอนอีกทีประมาณ ก่อนหกโมง และออกไปวิ่ง ปกติก่อนที่จะกลับมาวิ่งในตอนเช้า ฝนเป็นคนที่หลับสนิทมากไม่เคยตื่นนอนระหว่างกลางคืน นอกจากเวลาที่ต้องไปขึ้นเครื่องบินตอนเช้า ตอนนี้ก็มีความรุ้สึกเดียวกันเลย กังวลเหมือนกังวลว่าตัวเองจะตกเครื่อง ทำให้หลับๆตื่นๆพักผ่อนไม่เพียงพอ ระหว่างวันในขณะที่ทำงานก็จะรู้สึกเหนื่อยมาก หลังเลิกงานนี่ยิ่งแล้วไปใหญ่ แถมบางวันต้องไปเต้นซูมบ้าต่อตอน 6 โมงเย็นถึง 1 ทุ่มด้วย กลับมาถึงบ้านสองทุ่มกว่า กินอาหารเย็นเสร็จตอน 3 ทุ่ม อาบน้ำเสร็จพลังงานแทบไม่เหลือ แต่บางคืนก็ยังพยยามทำงานต่ออีก 1-2 ชั่วโมง จากนั้นก็ดู anime หรืออ่าน manga อีก 30-60 นาที แล้วก็เข้านอน เพื่อตื่นนอนตอนเช้าอีกครั้ง

ช่วงระหว่างวันที่รู้สึกเหนื่อยมากๆนั้นบางทีก็รู้สึกเหมือนกำลังเมาอะไรอยู่ ฮ่าๆๆ ดีนะที่ช่วงนี้ไม่ต้องทำ thesis ด้วย ไม่งั้นคงวิกฤติกว่านี้ สิ่งที่ต้องทำจากนี้ต่อไปก็ต้องเรียนรู้ที่จะปล่อยวางก่อนนอน ทำใจให้สบาย พยายามไม่กังวลว่าตัวเองจะตื่นเช้าไม่ทันไปวิ่ง ต้องรอดูค่ะ ว่าฝนทิพย์จะทำได้มั้ย

Sep 22, 2017

เช้าวันนี้เป็นวันแรกหลังจากที่กลับมาวิ่งที่รู้สึกว่าพักผ่อนเพียงพอ ไม่ได้หลับๆตื่นๆตอนกลางคืน ตื่นทีเดียวก็ตอนตี 5 กว่าๆ ถือว่าเป็น progress ที่ดีค่ะ

Sep 25, 2017

Falling in love with running #day10

เกิดความรู้สึกชอบการวิ่งขึ้นมา ช่างเป็นอะไรที่ simple แค่เอาตัวเองออกจากบ้าน ไม่ต้องใช้อุปกรณ์อะไรให้วุ่นวาย แค่รองเท้าหนึ่งคู่ ชอบการได้อยู่กับตวามคิดของตัวเองในขณะที่วิ่ง ชอบการที่ไม่ต้องแข่งกับใคร ชอบความรู้สึกหลีงวิ่งเสร็จ ฟังเสียงเปียโนเบาๆ ขณะที่เหงื่อหยดเล็กๆค่อยไหลออกมา เป็นความรู้ากที่ดี 🙂 ฝนมีนิสัยเสียอย่างนึงคือดป็นคนสร้างนิสัยได้ไม่ยั่งยืน แต่ฝนเชื่อว่าตราบใดที่การวิ่งทำให้ฝนมีความรู้สึกอย่างที่ฝนเป็นในตอนนี้ ฝนคงจะอยู่กับเขาไปได้อีกนาน

Sep 30, 2017

I run, but don’t run away… #day15

เมื่อคืนทะเลาะกับอาร์ชี่ วันนี้ตื่นเช้ามาก็เลยมีความรู้สึกที่ไม่ดี ก็ชั่งใจว่าจะไปวิ่งดีมั้ย คิดไปคิดมาไม่ไปวิ่งก็ใช่ว่าจะมีอะไรที่ดีกว่าให้ทำ นอนอยู่กับความรู้สึกไม่ดีก็ใช่ว่าจะมีประโยชน์อะไร จึงตัดสินใจลุกขึ้น เปลี่ยนชุด ให้อาหารแมว และออกไปวิ่ง วันนี้ท้องฟ้าก็หม่นเช่นเคย เหมือนฝนกำลังจะตก ระหว่างวิ่งอยู่รอบแรกๆฝนก็อยู่กับความคิดของตัวเอง ก็รับรู้ว่าตัวเองคิดเรื่องอาร์ชี่อยู่ พอเข้ารอบที่ 4 เริ่มที่เบี่ยงความสนใจมาอยู่ที่ sensation ของร่างกายแทน เริ่มรับรู้ถึงความปวดของกล้ามเนื้อเท้าข้างซ้าย ลมหายใจที่เร็วขึ้น เริ่ม focus ที่การวิ่ง วิ่งไปอีกนิด วิ่งอีกหน่อยก็จะครบรอบแล้ว ในขณะที่รับรู้ได้ว่าความสนใจของตัวเองได้เบนมาอยู่ที่ sensation ของร่างกาย ฝนก็คิดในใจว่า อ้อ หรือนี่อาจจะเป็นเหตุผลที่เขาแนะนำให้คนที่เป็นซึมเศร้าออกกำลังกาย เพราะในขณะที่ออกกำลังกาย มันเป็นโอกาสที่เราได้หยุดคิดเรื่องเดิมๆซ้ำๆแล้วถอยตัวเองออกมาจากความคิดนั้นๆ มาสัมผัสอยู่ในปัจจุบันขณะ มาสัมผัสกับ sensation ของร่างกายที่กำลังรู้สึกอยู่ในขณะนั้น

October 18, 2017 #day32

วิ่งมาได้ครบหนึ่งเดือนและ โดยที่วิ่งทุกวัน ยกเว้นหนึ่งวันที่ฝนตกทั้งเช้าและเย็น ช่วงแรกๆที่เริ่มวิ่งฝนวิ่งวันละ 5.5 กิโล จากนั้นก็ลดลงมาเหลือ 2.8 กิโลอยู่พักนึง แล้วก็เพิ่มมาเป็น 3 กิโล สองวันที่ผ่านมาวิ่งวันละ 4 กิโล คือวิ่งตามความรู้สึกล้วนๆ ฮ่าๆๆๆ ทุกๆเช้าหลังจากวิ่งเสร็จฝนก็พอ หนูดี แพททริกและพูออกไปเดิน และ ถ่ายรูปประจำวัน ปกติฝนวิ่งรอบๆบ้านในรัศมีไม่เกิน 1 กิโล และพบว่าพบถ่ายรูปสิ่งสวยๆงามๆได้ในแต่ละวันได้ไม่ซ้ำกันเลย เป็นที่น่าแปลกใจ เอาเข้าจริงอะไรๆก็คงจะสวยงามในตัวของมันเองถ้าเรามองว่ามันสวย ในช่วงหนึ่งเดือนที่ฝนวิ่งมานั้น ฝนวิ่งแบบวิ่งเร็วๆแล้วก็หยุดเดิน แล้วก็วิ่งเร็วๆอีกครั้งสลับไปกันมา ฝนคิดว่ามันไม่น่าจะเป็นการวิ่งที่ถูกวิธีสำหรับผู้ที่อยากเอาดีในการวิ่งระยะยาว แต่เนื่องจากฝนไม่ได้คิดจะวิ่งมาราธอนอะไรจริงจัง ตอนนี้วิ่งเพื่อที่จะได้วิ่ง วิ่งเพื่อที่จะอยู่กับตัวเอง ฝนจึงยังไม่ได้สนใจเรื่องเทคนิคการวิ่งอะไรมากมาย แต่ก็คิดว่าต่อไปในอนาคตฝนคงจะเริ่มใส่ใจในส่วนของเทคนิคบ้าง อย่างที่บอกตอนนี้วิ่งด้วยใจล้วนๆ ฮ่าๆๆ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s